กิจกรรมเพื่อสังคม

ไบโอฟาร์ม มอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบอุทกภัย สปป.ลาว

นาย อรรณพ มโนมัยวิบูลย์ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์คุณภาพชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ดำเนินธุรกิจก้าวสู่ปีที่ 45 พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท โชคดีโอสถ จำกัด แห่ง สปป.ลาว มอบเงินบริจาค 100,000 บาท เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการโอบอุ้มดูแลผู้ประสบอุทกภัย จากการชำรุดของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย แขวงอัตตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี ฯพณฯ นายบุนกอง สิหาวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แห่งสปป.ลาว ให้เกียรติรับมอบ ณ กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว เมื่อเร็วๆนี้



45 ปี ไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน 2561

45 ปี ไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน เติมยา เติมความห่วงใย มอบความแข็งแรงให้ผู้พิทักษ์ป่า

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ ก้าวเข้าสู่ ปีที่ 45 จัดทำโครงการ “ ตู้ยา Biopharm เพื่อชุมชน ” ต่อเนื่องมาตลอด 3 ปีเต็ม และในปีนี้ พิเศษกว่าปีอื่นๆ โดยจัดโครงการ “ 45 ปี ไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน เติมยา เติมความห่วงใย ” ดูแลสุขภาพและคุณภาพของผู้พิทักษ์ป่าและชุมชนโดยรอบทั้งผืนป่าตะวันตกและตะวันออก

ปริญญา เปาทอง ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานองค์กร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้นำนวัตกรรมเวชภัณฑ์ยาและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า “ โครงการนี้ได้ต่อยอด มาจากโครงการตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน เดิมทีเป็นลักษณะที่เราพยายาม จะให้แต่ละชุมชนได้เข้าถึงยา มียาพื้นฐานที่จำเป็นในการรักษาดูแลตัวเอง และดูแลรักษาคนในชุมชน ซึ่งเป็นการขยายผลจากชุมชนใกล้ๆ เมือง จากจังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานี สมุทรสาคร ”

ในขณะเดียวกัน เรายังพบว่า มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงยาด้วย เราดูว่ายังมีกลุ่มคนประเภทไหนอีกบ้าง ซึ่งมีความเสี่ยงในการทำงานและมีปัญหาในเรื่องของการเข้าถึงยา จึงคัดเลือกออกมาว่าเป็นกลุ่มผู้พิทักษ์ป่า

ฉะนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับผู้พิทักษ์ป่า เนื่องจากไม่ใช่แค่ในชุมชนอย่างเดียว แต่ว่าเป็นการดูแลทรัพยากร ดูแลสิ่งที่เป็นมรดกให้กับลูกหลานของเราต่อไปในอนาคต ซึ่งเป็นรูปแบบของการดูแลรักษาสุขภาพ ดูแลสุขภาพป่าไปสู่ความยั่งยืน
และอีกประการหนึ่งในแง่ของนักท่องเที่ยว เราจะเห็นว่าแหล่งศึกษาตามธรรมชาติบางแห่ง เป็นอุทยานท่องเที่ยวเปิดรับให้นักท่องเที่ยวเข้ามา คนกลุ่มนี้ก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน

ดังนั้นตู้ยา จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ค่อนข้างมาก เมื่อมีตู้ยาทุกคนในชุมชน จะทราบได้ทันทีว่า พวกเขาสามารถเบิกยาไปใช้ได้ จากจุดนี้เองที่ทำให้บริษัท ไบโอฟาร์มฯ จุดประกายแนวคิด ในเรื่องของตู้ยาเพื่อชุมชน และต่อยอดมายังกลุ่มผู้พิทักษ์ป่า

นอกจากนี้บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ยังนำเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาล จากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา มาบริการตรวจสุขภาพให้กับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จำนวน 93 คน เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ให้กับเหล่าผู้พิทักษ์ป่าได้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง

ไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า “ แม้ในปัจจุบันจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการดูแลผืนป่า เช่น ดาวเทียมสำรวจ อากาศยานไร้คนขับ แต่การเดินเท้าลาดตระเวนในพื้นที่ ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าก็ยังคงสำคัญ ”
​เนื่องจากการเดินเท้าลาดตระเวนสำรวจ ทำให้สามารถตรวจสอบได้ด้วยสายตา พบเห็นความผิดปกติและร่องรอยการกระทำผิดต่างๆ ในผืนป่าได้ตั้งแต่เริ่มต้น
​เช่น ต้นไม้ถูกตัดไปเพียงต้นเดียว ดาวเทียมอาจไม่สามารถค้นพบความผิดปกตินี้ได้ และการเดินเท้าลาดตระเวนนั้นทำให้พบเห็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ร่องรอยของสัตว์ป่าหายากจากรอยตีนบนพื้นดิน

อีกทั้ง การติดตั้งกล้องดักถ่ายสัตว์ป่า ที่ทำให้เราได้ข้อมูลของสัตว์ป่าหายาก เช่น แมวลายหินอ่อน ซึ่งเป็น 1 ใน 15 สัตว์ป่าสงวนที่หายากมากก็ต้องอาศัยการเดินเท้าลาดตระเวน

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า “ ผู้พิทักษ์ป่าส่วนใหญ่มักจะละเลยดูแลสุขภาพร่างกาย ต้องรอให้เจ็บหนักจริงๆ จึงจะไปรักษาตัว รวมถึงหลายคนยังขาดความรู้ในการดูแลสุขภาพ และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หรือ แม้แต่การไปตรวจสุขภาพประจำปีเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเองเท่าที่ควร ”
​“ ป่าสลักพระ ” ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2508 ที่นี่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทยมีเนื้อที่ 858.55 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 536,594 ไร่
​โดยป่าไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มี 3 ชนิดประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ หรือป่าผสมผลัดใบ ที่นี่เป็นแหล่งสำคัญที่มีสัตว์ป่าอยู่หลากหลาย เช่น ช้างป่า มีมากกว่า 250 ตัว (ช้างป่าเรียกว่าตัว ช้างบ้านเรียกว่าเชือก) เสือโคร่ง เสือดำ เสือดาว เก้ง กระทิง ละมั่ง ความเปลี่ยนแปลงของป่าผืนนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก

นอกจากนี้พวกเรา ยังต้องรักษาจำนวนต้นไม้ ปกป้องไม่ให้ใครรุกราน หรือเข้ามาตัดไม้ทำลายป่า และเมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่มีการรุกราน ก็นับเป็นความสำเร็จของอาชีพผู้พิทักษ์ป่าเช่นกัน​

ปริญญา เปาทอง ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานองค์กร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด กล่าวทิ้งท้ายว่า
" โครงการนี้ดำเนินรอยตามพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติ "

​แต่สิ่งหนึ่ง คือ การดูแลป่าไม้ให้ประสบความสำเร็จได้ นั้นจะต้องดูแลสุขภาพของผู้ที่ดูแลป่าไม้ ให้มีสุขภาพดีด้วย เพราะการดูแลสุขภาพของผู้พิทักษ์ป่าเป็นเรื่องสำคัญ หากสุขภาพไม่ดีจะมีปัญหาในการเดินป่า ขณะเดียวกันหากคนใดคนหนึ่งในทีมมีปัญหาสุขภาพ จะกลายเป็นภาระและทำให้ภารกิจนั้นล้มเหลวลงได้

ในส่วนของโครงการ 45 ปี ไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน เติมยา เติมความห่วงใย เราทำมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด และเนื่องในโอกาสที่จะครบรอบ 45 ปี เราตั้งเป้าตลอดโครงการนี้ว่าในระยะเวลา 1 ปีเราจะทำการมอบตู้ยาจำนวน 450 ตู้ และถุงยา 900 ถุง ให้ครอบคุลมพื้นที่อุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในเขตอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และเขตผืนป่าตะวันออก ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดสระบุรี นครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์


ตู้ยา Biopharm เพื่อชุมชนปีที่3

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด จัดงานแถลงข่าว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดตัวโครงการตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปีนี้มีเป้าหมายจะเข้าไปเยี่ยมเยียนและมอบตู้ยาพร้อมเวชภัณฑ์เบื้องต้นที่จำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ในเขตผืนป่าตะวันออก อันได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 3.8 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดสระบุรี, นครนายก, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, และบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี .. 2548 ภายใต้ชื่อกลุ่มดงพญาเย็นเขาใหญ่ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคมให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ใช้ยาดีมีคุณภาพทัดเทียมยาต้นแบบจากต่างประเทศ วัตถุประสงค์โครงการตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3 มีดังนี้


1.
เพื่อแสดงถึงความห่วงใย และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ทุ่มเทกำลังในการดูแลผืนป่าของไทย

ในปีที่แล้วไบโอฟาร์มมอบตู้ยาให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และอุทยานแห่งชาติเอราวัณ .กาญจนบุรี   รวมตู้ยาและเวชภัณฑ์ทั้งหมด 100 ตู้ และในปีนี้ก็จะมีการนำเวชภัณฑ์ไปเติมให้อีก สำหรับปีนี้ไบโอฟาร์มมอบตู้ยาให้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จำนวน 29 ตู้ และมอบให้กับอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากลุ่มดงพญาเย็นเขาใหญ่รวมทั้งสิ้น 76 ตู้  พร้อมทั้งชุมชนอื่นๆรอบอุทยานจนครบ 100 ตู้ตามเป้าหมาย

2.เพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยพิทักษ์ป่าในการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับนักท่องเที่ยว

นอกจากจะมียาและชุดปฐมพยาบาลเพิ่มขึ้นเพื่อไว้ประจำห้องพยาบาลที่ทำการอุทยานฯ ในการดูแลนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นล้มจากการขึ้นลงน้ำตก ฯลฯ แล้ว โครงการ ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3 ได้มีการเพิ่มรายการยาที่น่าจะตอบสนองความต้องการของเจ้าหน้าที่มากขึ้น เช่น

ยาแก้แพ้อากาศ (Clarid)
ครีมฆ่าเชื้อรา (Cotren)
ครีมแก้คัน ผื่น (Clobet)
ยาถ่ายพยาธิ (Alben)
ยาล้างตา
ยาล้างแผล ไฮโดรเจนเปอร์อออกไซด์

นอกเหนือจากนี้ยังมีรายการยาที่เคยมอบให้ตามแนวทางของโครงการปีที่ 1-2 คือ พลาสเตอร์แบบผ้า, สำลีแผ่น, ครีมแก้ปวดเมื่อย (Flanil cream), แอกอฮอล์ฆ่าเชื้อ, ยาใส่แผลฆ่าเชื้อ (Povidine), ยาแก้โรคกระเพาะ (Belcid) และยาแก้ปวด Paracetamol

3. เพื่อให้ชุมชนที่อาศัยใกล้พื้นที่อุทยานฯ และเขตรักษาพันธุ์ฯ ที่อยู่ห่างไกลจากสถานพยาบาล ได้มียาดีมีคุณภาพไว้ใช้กรณีฉุกเฉิน

โดยไบโอฟาร์มเชื่อว่าความยั่งยืนที่แท้จริงของประเทศไทย คือสุขภาพของป่าและน้ำ ถ้าสุขภาพของป่า น้ำ และเจ้าหน้าที่ฯ ดี ก็จะส่งต่อมาถึงสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของคนทั้งประเทศได้”  ดังพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานในการเสด็จออกมหาสมาคมฯ ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม .. 2521 ที่ว่า

ธรรมชาติแวดล้อมของเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเลและอากาศ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสวย งาม เท่านั้น 
หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเราและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้
ก็เท่ากับเป็นการปกปักรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานของเราด้วย

คุณวันชัย เจิดนภาพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจร้านขายยา บริษัทไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ให้ข้อมูลว่าสำหรับโครงการตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน ตั้งเป้าหมายไว้ว่าในทุกๆปี จะแจกตู้ยาพร้อมเวชภัณฑ์ที่จำเป็น จำนวน 100 ตู้  ซึ่งปีนี้มอบให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ดูแลพื้นที่ป่าตะวันออก รวม 5 ผืนป่า ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่และชุมชนโดยรอบอุทยานฯ รวมทั้งหมด 100 ตู้นอกจากนั้นแล้ว ก็จะลงพื้นที่เพื่อเติมเวชภัณฑ์ให้กับตู้ยาเดิมในสองปีที่ผ่านมาด้วย นั่นคือในปีแรกที่ชุมชนปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และในปีที่สองที่อุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของผืนป่าตะวันตก เช่น เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสลักพระ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ .กาญจนบุรี  อุทยานแห่งชาติพุเตย .สุพรรณบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

ทางด้าน คุณครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่าการดูแลผืนป่าเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันหยุด จะเพิกเฉยหรือละทิ้งไม่ได้แม้สักวันเดียว การที่มีคนมองเห็นถึงความสำคัญของหน้าที่ตรงนี้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้เขารู้สึกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจที่ยิ่งใหญ่  เกิดความภาคภูมิใจและมีกำลังใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น  แต่แท้จริงแล้วคนที่ดูแลผืนป่าได้ดีที่สุดไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่คือพวกเราทุกคน เพราะป่าคือแหล่งกำเนิดชีวิต คือลมหายใจของทุกคน และเป็นแหล่งผลิตความสุขให้พวกเรา  ป่าคือของพวกเราทุกคน เราจึงควรรักป่า หวงแหนป่าและที่สำคัญควรช่วยกันอนุรักษ์ป่าและธรรมชาติ ถ้าคนรักษ์ป่า ป่าก็จะรักทุกคน

ในส่วนของการลาดตระเวนเพื่อดูแลผืนป่ามรดกโลกนั้น เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีจำนวน 250 นาย  เดินป่าลาดตระเวนครั้งละ 3-7 วัน แบกเป้ที่มีน้ำหนักหลายสิบกิโล ทั้งน้ำดื่ม ข้าวสารอาหารแห้งสำหรับยังชีพ เปลสนาม เสื้อผ้า 1-2 ชุด ตลอดจนยารักษาโรค ทุกครั้งที่เข้าป่าคือการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามมากมายทั้งผู้ร้ายที่ลักลอบตัดไม้ เช่นไม้พยุงที่มีราคาสูง การลักลอบฆ่าสัตว์ป่า เช่น กวาง กระทิง เป็นต้น เจ้าหน้าที่จะต้องเตรียมพร้อมในทุกๆด้าน เช่น ฝึกการปลดอาวุธด้วยมือเปล่า เรียนรู้เรื่องพืชสมุนไพรและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นศึกษาการหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น วิธีดื่มน้ำจากการคายไอน้ำของใบไม้หรือการนำน้ำขี้ช้างมาดื่มในยามฉุกเฉินเป็นต้น

กิจกรรมเดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

เพื่อให้ทีมงานและสื่อมวลชนเข้าใจในภารกิจของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน พวกเราจึงติดตามเจ้าหน้าที่เข้าไปตามเส้นทางสำรวจธรรมชาติ ซึ่งทีมงานจะได้เห็นการเตรียมตัวของเจ้าหน้าที่เพื่อการออกลาดตระเวน จะต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่สำคัญต่อการตำรงชีพในป่าแพ็คใส่กระเป๋าที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กิโลโลกรัม (ต่อการออกลาดตระเวน 1 รอบหรือ 4 วัน) ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พาเราสำรวจเส้นทางของผืนป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ในระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ผืนป่ากลุ่มดงพญาเย็นเขาใหญ่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี .. 2548 เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง  มีสภาพป่าแบบต่างๆ ตั้งแต่ ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ และเป็นต้นน้ำลำธารสำคัญๆ ทั้งแม่น้ำนครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี, ลำตะคอง, ห้วยมวกเหล็ก, และแม่น้ำมูลซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขง รวมถึงเป็นแหล่งพบสัตว์ป่าหายาก เช่น เสือโคร่ง ซึ่งปัจจุบันเสือโคร่งในธรรมชาติทั่วโลกมีอยู่ไม่ถึง 4,000 ตัวเท่านั้น โดยเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางสำนักอุทยานแห่งชาติเพิ่งมีการแถลงข่าวว่า ตรวจพบเสือโคร่งในธรรมชาติบริเวณป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ จากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์เป็นจำนวนถึง 18 ตัว ถือเป็นข่าวดีในรอบ 15 ปีทีเดียว และสำหรับที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็ยังมีสัตว์ป่ามากมายทั้ง ช้างป่า ชะนี กวาง จระเข้ ลิง นกเงือก  เป็นต้น

ปัจจุบันการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เป็นการทำงานแบบ National Park 4.0 เพื่อให้สอดคล้องกับยุค Thailand 4.0 โดยมีการพัฒนาคุณภาพและจำนวนของกล้อง CCTV แบบเดียวกับที่ดักสุ่มดูผู้ก่อการร้าย  ซึ่งจะช่วยเฝ้าระวังภัยคุกคามทั้งการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ป่าได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงพัฒนาการลาดตะเวน สู่การลาดตระเวนแบบมีคุณภาพที่เรียกว่า Smart  Patrol  โดยใช้ GPS นำทาง เราจะรู้เลยว่าเจ้าหน้าที่ลาดตะเวนไปยังจุดไหนบ้าง มีแบบฟอร์มให้จดบันทึกว่าพบเจออะไรบ้าง รอยเท้าสัตว์ขนาดเท่าไหร่เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์อายุและประเภทของสัตว์ป่า  นอกจากจะช่วยตรวจตราการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้แล้ว ยังถือเป็นการดูแลความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนอีกด้วย หากภัยคุกคามอยู่ตรงจุดใด ไม่ว่าจะเป็นคนร้ายหรือการรวมกลุ่มของสัตว์ป่า ก็สามารถแจ้งเตือนและขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ซึ่งน่าจะช่วยให้การดูแลผืนป่าของพวกเราทุกคนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กล่าวปิดท้าย

กิจกรรมเติมโป่งดิน

ในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ฯ ได้พาทีมงานเข้าไปยัง โป่งดิน ซึ่งเป็นแหล่งดินอาหารของสัตว์ โดยในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีแหล่งโป่งดินเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่มักจะนำแร่ธาตุต่างๆ มาเติมให้กับโป่งเพื่อให้สัตว์ได้มาหากินอยู่เสมอ โดย แร่ธาตุเหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งสัตว์สัตว์ป่าไม่สามารถหาทดแทนได้จากพืช ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สาธิตวิธีการทำโป่งและให้ทีมงานได้ทดลองทำโป่งกันด้วย ก่อนเดินทางเข้าสู่กิจกรรมต่อไปที่ลานกางเต๊นท์ลำตะคอง

บริษัทไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด สรุปปิดท้ายว่า ความสำคัญของป่า และภารกิจในการดูแลรักษาป่าไม้เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง วัตถุดิบหลายอย่างในอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่สามารถสังเคราะห์ในห้องแล็บได้ จำเป็นต้องพึ่งวัตถุดิบจากธรรมชาติ  ถ้าป่าไม้ป่วยและหมดลง ก็จะส่งผลกระทบต่อเราทันที และน่าจะส่งผลไปถึงทุกอุตสาหกรรมในประเทศนี้ด้วย เราจึงมองว่าการสนับสนุนภารกิจของผู้พิทักษ์ป่าและการทำโครงการเชิงอนุรักษ์เป็นเรื่องสำคัญมาก  ทั้งรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของป่า และการสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่โดยมอบเวชภัณฑ์ที่เหมาะกับลาดตระเวนและบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น เพื่อให้ปฏิบัติงานได้สะดวกราบรื่นขึ้น เหมือนการดูแลสุขภาพต่อเนื่องกันไป เจ้าหน้าที่สุขภาพดี ป่าก็สุขภาพดี สัตว์ป่าก็สุขภาพดี พวกเราทุกคนก็สุขภาพดีกันถ้วนหน้า

ถึงแม้เราจะเป็นบริษัทยาของคนไทยเพื่อคนไทยก็ตาม แต่เราขอเป็นตัวเลือกในการป้องกันโรคภัยต่างๆ เราอยากให้คนบริโภคยาให้น้อยที่สุด หรือใช้ยาให้เหมาะสมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยในปีต่อๆไป ก็จะยังคงสานต่อโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง แต่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้มากขึ้นและเพิ่มยาที่เป็นความต้องการของเจ้าหน้าที่ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมไปถึงสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ เช่น เตาแก๊สสนามและแก๊สกระป๋องสำหรับการหุงหาอาหารเพื่อการยังชีพในป่า ซึ่งสะดวกไม่ก่อให้เกิดไฟป่าและยังไม่ทิ้งร่องรอยเหมือนการก่อไฟให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับรู้อีกด้วย

กิจกรรมสาธิตการต่อสู้

เมื่อรับประทานอาหารเย็นกันที่ลานกางเต๊นท์ลำตะคอง แม้ว่าจะมีเม็ดฝนประปรายลงมาบ้าง แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงต้องรับเราด้วยกิจกรรมที่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของวันนี้ คือการสาธิตการต่อสู้และการป้องกันตัว เพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการปะทะกับกองกำลังฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่ผู้บริหารบริษัทไบโอฟาร์มฯ จะทำการมอบของที่ระลึก และเตรียมตัวสู่การส่องสัตว์ในเวลากลางคืนเป็นกิจกรรมสุดท้าย

ติดตามการทำงานของ โครงการ ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3” สานต่อความห่วงใยสู่ผู้พิทักษ์ป่ามรดกโลก มาสัมผัสความสวยงามและร่มรื่นของผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็นเขาใหญ่ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผืนป่า แหล่งน้ำและสัตว์ป่านานาชนิด คนที่ทำหน้าที่ดูแลผืนป่าต้องทำด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนนึง แต่เพื่อลมหายใจของพวกเราทุกคน  เราจึงต้องหวงแหนและช่วยกันปกป้องผืนป่าซึ่งเป็นลมหายใจของเราให้ดีที่สุด


ช่วยแพทย์อาสาฯ เซนต์คาเบรียล ปีที่ 2

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด มอบเวชภัณฑ์แก่โครงการแพทย์ อาสาเคลื่อนที่ โดยสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ณ อ.บ่อพลอย จ. กาญจนบุรี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 โดยผลิตภัณฑ์ที่มอบให้กับโครงการแพทย์อาสา ประกอบด้วย
1. ยาละลายเสมหะ Amxol 60 ml 200 ขวด
2. ครีมบรรเทาปวด Flanil 30 g 400 หลอด
3. ยาขยายหลอดลม Salmol 150 ขวด
4. ยาลดกรดในกระเพาะ Belcid 200 ขวด
5. ยาน้ำแก้ไข้เด็ก Lotemp 200 ขวด
โดยมีคุณละดิลก ดุละลัมพะ นายกสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับมอบเมื่อวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา


มอบตู้ยาเพชรบูรณ์

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ยังคงลุยพื้นที่ตามต่างจังหวัด สานต่อโครงการ“ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3” อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้มอบตู้ยาพร้อมเวชภัณฑ์พื้นฐานให้กับจังหวัดเพชรบูรณ์ รวม 126 ตู้ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาค้อ น้ำหนาว รวมไปถึงอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เพื่อเยียวยาเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อตุลาคมที่ผ่านมา โดยคุณวิโรจน์ ถกลศรี ประธานกลุ่มบริษัทไบโอกรุ๊ป ทำหน้าที่เป็นประธานส่งมอบตู้ยาทั้งหมดให้กับคุณพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

ทำไมถึงเป็นจังหวัดเพชรบูรณ์
เนื่องจากในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2560 ที่ผ่านมา ทางโครงการได้รับข่าวอุทกภัยที่เกิดกับจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งแม้ว่าทางโครงการฯ จะมีงบประมาณในแต่ละปีตามแผนงานของบริษัทฯ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ รวมทั้งแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน แม้ว่าการช่วยเหลือในครั้งนี้ จะเป็นไปในแนวทางการช่วยเหลือแบบตั้งรับ แต่ทางไบโอฟาร์มเชื่อว่า หากแต่ละชุมชนมีตู้ยาฉุกเฉินสำหรับแต่ละชุมชนเอง เมื่อเกิดอุทกภัยหรือภัยพิบัติ ตู้ยาและเวชภัณฑ์จะช่วยให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองและชุมชนในเบื้องต้นได้

ทางโครงการฯ จึงได้เสนอเรื่องไปยังผู้บริหารและท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ฯพณฯ พิบูลย์ หัตถกิจโกศล เพื่อประสานไปยังทุกอำเภอ, อุทยานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ทุกแห่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ รวม 11 อำเภอ 117 ตำบล 5 อุทยานประวัติศาสตร์ และ1 หมู่บ้าน
รวมการบริจาคทั้งสิ้น เวชภัณฑ์ 126 ชุด, ตู้ยา 126 ตู้ ซึ่งจะประกอบไปด้วยยา เช่น
– ยาแก้แพ้อากาศ (Clarid)
– ครีมฆ่าเชื้อรา (Cotren)
– ครีมแก้คัน ผื่น (Clobet)
– ยาถ่ายพยาธิ (Alben)
– ยาล้างตา
– ยาล้างแผล ไฮโดรเจนเปอร์อออกไซด์
– ยาแก้แพ้อากาศ
นอกเหนือจากนี้ยังมีรายการยาที่เคยมอบให้ตามแนวทางของโครงการปีที่ 1-2 คือ พลาสเตอร์แบบผ้า, สำลีแผ่น, ครีมแก้ปวดเมื่อย (Flanil cream), แอกอฮอล์ฆ่าเชื้อ, ยาใส่แผลฆ่าเชื้อ (Povidine), ยาแก้โรคกระเพาะ (Belcid) และยาแก้ปวด Paracetamol ซึ่งเมื่อเกิดอุทกภัย, ภัยพิบัติ หรืออาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ตู้ยาและเวชภัณฑ์จะช่วยให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองและชุมชนในเบื้องต้นได้

ตลอดระยะเวลา 3 ปี ของโครงการฯ ประชาชนยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพเรื่องใดเป็นพิเศษ
โครงการตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3 นอกจากจะมอบตู้ยาและเวชภัณฑ์ให้กับชุมชนตามแนวทางในปีที่ 1, มอบให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์พันธ์สัตว์ป่าและชุมชนใกล้เคียงตามแนวทางในปีที่ 2 และ 3 ซึ่งเราได้เห็นความเป็นอยู่ขอองชาวบ้านในชุมชนต่างๆที่เราเข้าถึง ซึ่งหลายๆ ที่ อยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาล ร้านยา ไกลจากแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทำให้ไม่สามารถได้รับความช่วยเหลือหรือบรรเทาอาการป่วยเบื้องต้นได้ตามแผนงานเวชศาสตร์ครอบครัวที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังให้ความสำคัญกับแนวความคิดนี้ด้วย


เติมยาเติมสุขชุมชนปุทมธานี

เภสัชกรบุญสม เกษจันทร์ทิวา ผู้จัดการฝ่ายประสานงานองค์กร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด เป็นประธานในการมอบยาและเวชภัณฑ์พื้นฐานให้ชุมชนปทุมธานี ทั้ง 28 ชุมชน ภายใต้โครงการ “ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3” ซึ่งทางบริษัทฯได้มอบตู้ยาและเติมยาอย่างต่อเนื่องให้ชุมชนปทุมธานีมาตลอด 3 ปี โดยในปีนี้มีนางพูลศรี หาญสวัสดิ์ หัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองปทุมธานี เป็นผู้รับมอบ ณ ศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองปทุมธานี
สำหรับการคัดเลือกจุดติดตั้งตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนนั้น ทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม.ของชุมชนปทุมธานีจะเป็นผู้คัดเลือก บ้านที่เป็นจุดศูนย์กลางชุมชน มีคนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งต้องผ่านการอบรมเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้องด้วย หัวหน้าศูนย์บริการสาธารณสุข เทศบาลเมืองปทุมธานี กล่าวปิดท้ายว่า “เป็นโครงการที่ดีมาก ที่ทางบริษัทเอกชนได้เข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องสุขภาพของชุมชนร่วมกับหน่วยงานของรัฐ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้รับตอบรับที่ดีจากชุมชน มีเข้ามาขอยาพวกยาชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น หกล้มหรือบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ ปวดหัวเป็นไข้ รวมไปถึงพวกยาทาแก้ปวดเมื่อย เนื่องจากมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ในชุมชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าการมีตู้ยาอยู่ในชุมชนทำให้ชาวชุมชนอบอุ่นใจยิ่งขึ้น”


เติมสุขเทศบาลสมุทรสาคร

ไบโอฟาร์ม กับกิจกรรม “เติมยา เติมสุข สู่ชุมชนเทศบาลสมุทรสาคร” ใน โครงการตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชน ปีที่ 3 ร่วมกับเทศบาลนครมุทรสาคร ในงานประชุมโครงการเสริมศักยภาพคณะกรรมการชุมชนและเครือข่ายชุมชนครั้งที่ 10 ณ ห้องประชุมเทศบาลนครสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา
ไบโอฟาร์มฯ นำโดย เภสัชกรบุญสม เกษจันทร์ทิวา ผู้จัดการฝ่ายประสานงานองค์กร บริษัทไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด เป็นผู้มอบเวชภัณฑ์ โดยมี คุณสาคร อิ่มพรรณไชย รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรสาคร เป็นผู้รับมอบ
พร้อมกันนี้เภสัชกรบุญสมได้แนะนำกรรมการชุมชนถึงวิธีการใช้ยาประเภทต่างๆ รวมเวชภัณฑ์ที่บริจาคครั้งนี้ทั้งสิ้น 32 ชุด รวมทั้งนำคู่มือสุขภาพฯ มาแจกเพื่อให้ความรู้แก่ชาวชุมชนนครสมุทรสาครอีกด้วย
พร้อมกันนี้ ทีมงานโครงการตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชน ปีที่ 3 ยังได้เข้าเยี่ยมชม ที่ทำการกองทุนหมู่บ้านชุมชนท้ายตลาด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เพื่อตรวจสอบสภาพตู้เวชภัณฑ์ พร้อมมอบเวชภัณฑ์เพื่อให้ชาวชุมชนท้ายตลาดเพิ่มเติมอีกด้วย


'ทับลาน' ประทับใจ

“ไบโอฟาร์ม” ชื่นชมผู้พิทักษ์ป่ายุค 4.0 ใช้กล้อง NCAPS “จับก่อนตัด” สุดยอดระบบเฝ้าระวัง ปกป้องป่าทับลานแบบยั่งยืน​

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด  เดินหน้าลุยโครงการ “ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3” อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้เปิดโครงการนี้ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยทำกิจกรรมลงพื้นที่หวังมอบตู้ยาพร้อมเวชภัณฑ์ให้ครบตามเป้าหมายทั้งหมด 100 ตู้  ซึ่งในปีนี้พื้นที่เป้าหมายคือผืนป่าตะวันออก หรืออุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากลุ่ม พญาเย็นดง“-เขาใหญ่”  ที่ได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” เนื่องจากมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง  มีสภาพป่าแบบต่างๆ ตั้งแต่ ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า ประกอบไปด้วย 5 ผืนป่า ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่

จากพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่ว่า“ธรรมชาติแวดล้อมของเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเลและอากาศ มิได้เป็นเพียงสิ่งสวย ๆ งาม ๆ เท่านั้น หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเรา และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้ก็เท่ากับเป็นการปกปักรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานของเราด้วย”ไบโอฟาร์มฯ ได้ดำเนินการตามพระราชดำรัสด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอย่างเช่น อุทยานแห่งชาติทับลาน  จ.ปราจีนบุรี ซึ่งที่นี่ถือเป็นป่าลานผืนสุดท้ายของประเทศไทยที่เราต้องช่วยกันปกป้อง  เนื่องจากต้นลานเมื่อแก่มีอายุประมาณ 10 – 30 ปี จะออกดอกแล้วตายไป การขยายพันธุ์นั้นจะใช้ผลจากดอกเหล่านี้เท่านั้น จึงเป็นเรื่องยากในการเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ ลานเป็นพืชที่มีความสำคัญของไทยเพราะนอกจากเป็นไม้เศรษฐกิจโดยอาศัยผลผลิตที่ได้จากต้นลานนำมาใช้ประโยชน์ทั้งด้านอุปโภคและบริโภคแล้ว ลานยังเป็นพืชที่ช่วยสืบสานวิถีชีวิตไทย เราคงไม่ลืมว่าในอดีตเรานำใบลานอ่อนมาใช้ในการบันทึกเรื่องราวพระธรรมคำสอนทางพุทธศาสนา ธรรมชาดก ประวัติศาสตร์ ประเพณี พิธีกรรมและองค์ความรู้ภูมิปัญญาในด้านต่างๆ ที่เรียกว่า “คัมภีร์ใบลาน”

“ที่สำคัญอยากให้ทุกคนชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกคนที่ทำงานด้วยความทุ่มเท ไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆ มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ปราบรามผู้รุกรานอย่างระบบ NCAPS (เอ็นแคป) เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะช่วยยับยั้งการทำผิด ถือว่าเป็นสุดยอดระบบเฝ้าระวังป่าที่ยอดเยี่ยมมาก สมกับเป็นผู้พิทักษ์ป่าในยุค National Park 4.0 อย่างแท้จริง” นายวีระพัฒน์ ถกลศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด กล่าวชื่นชมผลงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน

นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี ได้กล่าวถึงประโยชน์ของระบบNCAPS ว่า “อุทยานแห่งชาติทับลานคืออุทยานแห่งแรกที่นำระบบนี้มาใช้ NCAPS ย่อมาจาก Network Centric Anti Poaching System ระบบนี้ประกอบไปด้วยกล้องที่เราติดตั้งไว้ในป่า ซึ่งกล้องจะจับภาพคน สัตว์ โดยใช้เลเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวในป่าแล้วส่งภาพมายังอีเมล เป็นระบบ Network คล้ายกับกล้อง CCTV เป็นการต่อต้านการกระทำผิด ลดการสูญเสียทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า และเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนให้เกรงกลัวและไม่กล้ากระทำผิด เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเพราะมันคือการจับก่อนตัด เป็นการปกป้องป่าทับลานอย่างยั่งยืน”

ระบบ NCAPS นอกจากจะช่วยปกป้องป่าอย่างยั่งยืนแล้ว ยังช่วยลดการสูญเสียหรือการบาดเจ็บจากการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนร้ายได้อีกด้วย เพราะเมื่อผู้บุกรุกเข้าไปในป่า พบเจอกล้อง NCAPS ต่อให้ทำลายหรือเผากล้องทิ้ง แต่ระบบก็ได้จับภาพและส่งภาพผู้บุกรุกมายังอีเมลของเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว สามารถตามจับกุมดำเนินคดีได้แน่นอน ถือเป็นเครื่องมือที่สร้างความได้เปรียบให้เจ้าหน้าที่ ตรวจจับภาพกลางคืนหรือ Night Vision ก็ได้ อาจไม่คุ้มหากให้เจ้าหน้าที่เข้าปะทะตอนกลางคืนในทันทีทันใด แต่กล้อง NCAPS จะช่วยวิเคราะห์ได้ว่า ผู้บุกรุกมีอาวุธมากน้อยขนาดไหนและน่าจะเดินทางไปยังเส้นทางใด เมื่อเจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้อง ก็สามารถวางแผนได้อย่างรัดกุม นอกจากกล้องแล้ว ความสำเร็จของระบบ NCAPS ยังต้องประกอบไปด้วยความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น ทั้งหัวหน้าผู้บังคับบัญชาที่ต้องกล้าตัดสินใจ ไปจนถึงลูกน้องที่ต้องพร้อมปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเท มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีทักษะในการสะกดรอยและป้องกันตัว รวมไปถึงต้องมีแผนที่ดี นั่นคือต้องเป็นแผนที่ชัดเจน รัดกุมและลดการสูญเสียทุกเรื่องให้น้อยที่สุด รวมไปถึงอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นเช่น GPS ที่จะช่วยสั่งงานไปยังเจ้าหน้าที่ที่เดินลาดตะเวนอยู่กลางป่าให้เข้ามาเป็นกองกำลังสมทบอย่างทันท่วงที ซึ่งระบบ NCAPS จะต่อยอดการลาดตระเวนอย่างมีคุณภาพหรือ Smart Patrol ได้เป็นอย่างดี

“ระบบ NCAPS ทำให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติทับลาน สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หลายครั้ง เช่น เมื่อปลายปี 2559 ก็สามารถจับกุมกลุ่มที่ลักลอบตัดไม้พะยูงได้ และเมื่อต้นปี 2560 จากการจับภาพของกล้อง NCAPS ทำให้ติดตามจับกุมกลุ่มชาวกัมพูชาที่หลบหนีอยู่ในป่าท้ายบ้านลำเพียก ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ. นครราชสีมา ที่บุกรุกได้เพิ่มอีก 7 คน และตรวจยึดไม้พะยูงแปรรูปได้เพิ่มอีก จำนวน 2 แผ่น การติดกล้อง NCAPS ไว้ในป่า เจ้าหน้าที่ไม่กลัวที่คนร้ายจะรู้ว่าเรามีการติดตั้งกล้องไว้ เพราะเราอยากให้เกิดความยำเกรงไม่กล้าทำผิด หรืออย่างน้อยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมทันเวลาก่อนที่จะตัดไม้ ถึงแม้จะไม่มีของกลาง โทษที่ได้รับจะน้อย แต่แบบนี้คุ้มกว่า ได้ปกป้องป่าจากการถูกทำลาย ปกป้องคนร้ายจากคุก ถึงแม้เขาจะทำผิด แต่ถ้าถูกจับติดคุก ญาติพี่น้องของผู้กระทำความผิดก็จะบ่มเพาะความรู้สึกเกลียดชังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ดังนั้นการจับก่อนตัดจึงให้ผลดีในระยะยาว ลดการสูญเสียทุกรูปแบบ แม้ตอนนี้จะยังป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะที่ป่าทับลาน ยังมีไม้พะยูงเยอะมากซึ่งล่อตาล่อใจให้กระทำผิด ไม้พะยูงเป็นไม้ที่ราคาสูงมาก แต่จริงๆมันคือ ไม้แห่งความตาย ก่อให้เกิดการแย่งชิง หักหลัง เข่นฆ่า ก็หวังว่ากล้อง NCAPS จะช่วยเปลี่ยนใจคนที่จะกระทำผิดได้บ้าง รวมไปถึงช่วยปกป้องชีวิตสัตว์ป่า ลดการปะทะระหว่างสัตว์ป่ากับชาวบ้าน เช่นนำมาใช้เฝ้าระวังช้างป่าออกนอกพื้นที่ สามารถสกัดช้างป่าและต้อนกลับป่าได้อย่างปลอดภัย” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวเพิ่มเติม

โครงการ “ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3” นั้นทางบริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด นอกจากจะจัดเตรียมยาสามัญที่จำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เช่น พลาสเตอร์แบบผ้า, สำลีแผ่น, ครีมแก้ปวดเมื่อย (Flanil cream), แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ, ยาใส่แผลฆ่าเชื้อ, ยาแก้โรคกระเพาะ (Belcid) และยาแก้ปวดลดไข้แล้ว ยังได้มีการเพิ่มรายการยาที่น่าจะตอบสนองความต้องการของเจ้าหน้าที่มากขึ้น เช่น

– ยาแก้แพ้อากาศ (Clarid)

– ครีมฆ่าเชื้อรา (Cotren)

– ครีมแก้คัน ผื่น (Clobet)

– ยาถ่ายพยาธิ (Alben)

– ยาล้างตา

– ยาล้างแผล ไฮโดรเจนเปอร์อออกไซด์

รวมไปถึงการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติทับลานถึงสองหน่วยด้วยกัน ได้แก่ หน่วยห้วยคำภู ติดตามผลการติดตั้งตู้ยาและพูดคุยให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ บ้านพักที่ตั้งอยู่ในบริเวณสันเขื่อนหรือเนินเหนืออ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา มีความหมายว่า อ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งนับเป็นเขื่อนพระราชทานที่สุดท้าย ที่กำลังจะแล้วเสร็จในเร็วๆนี้ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาจะสามารถช่วยให้ปราจีนบุรีไม่เกิดน้ำท่วมเหมือนครั้งในอดีตได้ สภาพความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่จะเน้นเรียบง่าย กินง่ายอยู่ง่ายอย่างพอเพียง หาปลาตัวเล็กๆจากเขื่อนมาตากแห้ง แล้วนำมาประกอบอาหาร เมื่อต้องเข้าป่าลาดตระเวนก็จะทำงานเป็นทีมผลัดเปลี่ยนกัน ทีมละประมาณ 4-5 คน ทีมใดเข้าป่าลาดตระเวน อีกทีมหนึ่งจะอยู่บ้านพักคอยเป็นกองกำลังเสริม มีวันหยุดเดือนละ 4 วัน แต่จากการพูดคุยทุกคนก็สมัครใจอยู่หน่วย นานๆ ทีจึงจะกลับบ้านสักครั้ง และอีกหนึ่งหน่วยที่ทางไบโอฟาร์มเดินทางไปเยี่ยมและพูดคุยกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคือ หน่วยวังทะลุ ซึ่งต้องนั่งเรือล่องไปอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ระหว่างทางจะเต็มไปด้วยความร่มรื่นและสีเขียวชอุ่มของป่าไม้ และหากโชคดีก็จะได้พบกับจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทย หนึ่งในสัตว์หายากที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เหตุที่ต้องมีหน่วยพิทักษ์ป่าอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ได้รับข้อมูลมาว่า ก็เพื่อเป็นการปกป้องป่าที่อยู่ห่างไกลไม่ให้ถูกรุกรานโดยง่าย เพราะป่าที่สามารถเชื่อมโยงกับลำน้ำได้ จะเป็นจุดที่มักถูกบุกรุก เพราะเดินทางด้วยเรือจะสามารถขนอาวุธเข้ามาโดยง่ายไม่เหนื่อยแรงเท่าการเดินเท้าเข้าป่า อีกทั้งถ้าใช้เรือที่ไม่มีเครื่องยนต์การเดินทางบุกรุกก็จะไม่มีเสียงดัง ง่ายต่อการหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่หน่วยวังทะลุ หากไม่ลาดตระเวนเข้าป่า ก็ต้องอยู่พักที่หน่วยที่ค่อนข้างห่างไกลจากโลกภายนอก หากไม่รักป่า รักธรรมชาติอย่างแท้จริงก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ได้ ดังนั้นการเข้าเยี่ยมเยียนเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ถือว่า เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ แสดงความขอบคุณสร้างความภาคภูมิใจให้เกิดขึ้นในจิตใจของผู้เสียสละ ซึ่งมีค่ามากกว่าสิ่งของใดๆ

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด สรุปปิดท้ายว่า ภาระหน้าที่ของผู้พิทักษ์ป่ายิ่งใหญ่มากเนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดูแลพื้นที่ป่าไม้ซึ่งมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง ลองนึกภาพการที่ประเทศไทยมีเมืองแบบกรุงเทพอย่างเดียวแต่ไร้ป่าดูก็ได้ หรือถ้ามองให้ลึกลงไปอีกหากเราลดปริมาณป่าลง 50% และลดจำนวนแม่น้ำลง 50% คงไม่ต้องบอกถึงผลกระทบที่จะตามมาว่า เราจะเจอกับความร้อน ภัยธรรมชาติและโรคภัยไข้เจ็บมากน้อยขนาดไหน ฉะนั้นหากเรามองเรื่องป่าไม้ ผืนดิน และต้นน้ำเป็นเรื่องเล็กน้อย ความประมาทเหล่านี้จะย้อนกลับมาทิ่มแทงให้เราเจ็บปวดในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน


เติมยาเติมสุขที่ไบโอแลป

“ไบโอฟาร์ม” เปิด “ไบโอแลป” โชว์มาตรฐาน ISO 9001 รายแรกของอาเซียน
และโรงงานยาตัวอย่างของ อย.
พร้อมส่งมอบยาคุณภาพให้ชุมชนสมุทรปราการ​

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา นายปริญญา เปาทอง ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานองค์กร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ได้ต้อนรับและมอบยาและเวชภัณฑ์จำนวน 33 ชุด ในโครงการ ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3 ให้กับ นางพรเพ็ญ กลิ่นกำธรกุล   รองปลัดเทศบาลรักษาราชการปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ ในฐานะตัวแทนชาวชุมชนสมุทรปราการ ณ บริษัท ไบโอแลป จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู นอกจากนั้น นายรชฎ ถกลศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอแลป จำกัด ยังได้พาคณะตัวแทนชุมชนสมุทรปราการและคณะสื่อมวลชน เยี่ยมชมภายในโรงงานผลิตยาคุณภาพของไบโอแลปอีกด้วย ซึ่งที่นี่เป็นบริษัทยาของคนไทยเพื่อคนไทย ที่ก่อตั้งมากว่า 36 ปี ด้วยแนวคิดที่ต้องการช่วยให้คนไทยเข้าถึงยาที่มีคุณภาพได้มากขึ้นและราคาที่จับต้องได้และสมเหตุสมผล
ไบโอแลปเป็นบริษัทผู้ผลิตยาชั้นนำของประเทศ ประกอบไปด้วย สายการผลิต ยาเม็ด ยาน้ำ ยาครีม และยาฉีด เป็นโรงงานผลิตยาที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ ยกตัวอย่างเช่น

1. ISO 9001 เป็นโรงงานผลิตยารายแรกของประเทศไทย
2. PIC/S GMP เป็นรายแรกในประเทศไทย ครบทุกสายการผลิต จากประเทศสิงคโปร์
3. EU GMP เป็นรายแรกในประเทศไทย สำหรับการผลิตยาปราศจากเชื้อ และ ยาเม็ด
 จากประเทศเยอรมัน
4. ISO /IEC 17025 มาตรฐานครอบคลุมทุกด้านของการบริหารจัดการห้องปฏิบัติการ

โรงงานผลิตยาไบโอแลปได้รับเกียรติเป็นโรงงานตัวอย่างสำหรับการฝึกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ในการตรวจประเมิน GMP และได้รับรางวัล FDA Quality Awards จาก อย. ถึง 5 ครั้งภายในเวลา 7 ปี
ผลิตภัณฑ์ยาของไบโอแลป เป็นที่ยอมรับในระดับสากลทำให้สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา เวียดนาม เยเมน อัฟกานิสถาน  และ มีแผนการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอื่นๆเพิ่มขึ้นทุกปี เช่น ญี่ปุ่น ยุโรปโดยเฉพาะเยอรมัน อเมริกา และ จีน เป็นต้น
นายรชฎ ถกลศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอแลป จำกัด  ได้ว่า “ไบโอแลปอยากทำงานสนับสนุนภาครัฐเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงยาคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผลได้ ดังนั้นไบโอแลป ในฐานะผู้ผลิตยาชั้นนำในประเทศมีความตั้งใจดำเนินงานเพื่อสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ได้แก่
–  สนับสนุนนโยบายแห่งชาติด้านยา และยุทธศาสตร์พัฒนาระบบยาแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงยาได้มากขึ้น ในราคาที่เหมาะสม
– เร่งวิจัยพัฒนายาชื่อสามัญเป็นอันดับแรก (First generic drug) ทำให้สามารถผลิตได้เองภายในประเทศเมื่อหมดสิทธิบัตร  เป็นการลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ เพื่อลดการเสียดุลทางการค้าและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ
– ร่วมผลักดันและสนับสนุน Project Medical Hub ของทางภาครัฐและเร่งการส่งออกยาไปจำหน่ายยังต่างประเทศ
– เป็นโรงงานที่มีศักยภาพในการผลิตวัตถุดิบตัวยาสำคัญได้แก่ Aluminium Hydroxide สำหรับผลิตยาลดกรด BELCIDS®และ Ranetidine สำหรับผลิตยา RANIDINE®
-          พัฒนาและนำเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆมาใช้ในสายการผลิตให้มี Productivity สูงขึ้น เช่น มีการนำแขนยนต์ (Robot) มาใช้ในสายการผลิตยาน้ำ
ทางด้านนางพรเพ็ญ กลิ่นกำธรกุล รองปลัดเทศบาลรักษาราชการปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ ในฐานะตัวแทนชาวชุมชนสมุทรปราการ ก็ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงสุขภาพและการเข้าถึงการรักษาของคนในชุมชนว่า “ถือเป็นความโชคดีของชุมชนสมุทรปราการ ที่ได้รับน้ำใจจากบริษัทโอฟาร์มมาตั้งแต่ปี 2558 โดยยาที่ได้รับบริจาคมานั้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม.ได้นำไปมอบให้ชาวชุมชนที่มีฐานะยากไร้หรือขาดแคลนที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัด ซึ่งการทำบุญกับชีวิตของคนถือเป็นมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งในวันนี้เมื่อได้มาเยี่ยมชมขั้นตอนการผลิตยาของไบโอแลป ก็ต้องถือว่าเป็นความโชคดีต่อที่สองของชาวชุมชนสมุทรปราการได้รับยาที่มีคุณภาพซึ่งมีมาตรฐานการผลิตเทียบเท่าต่างประเทศ”
นายปริญญา เปาทอง ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานองค์กร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ได้กล่าวสรุปถึงโครงการตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนว่า “ไบโอฟาร์มตั้งเป้าแจกตู้ยาพร้อมเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ปีละ 100 ตู้ ซึ่งดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยปีนี้มอบให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ดูแลผืนป่าตะวันออก ได้แก่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ซึ่งได้มอบเสร็จสิ้นไปแล้ว รวมถึงลงพื้นที่เติมยาหรือเวชภัณฑ์ให้กับตู้ยาเดิมในสองปีที่ผ่านมาด้วย ได้แก่ชุมชนสมุทรปราการที่มากันในวันนี้ ต่อด้วยชุมชนสมุทรสาครและปทุมธานี รวมถึงเตรียมนำยาไปเติมให้ตู้ยาในปีที่สอง ที่ได้มอบให้เจ้าหน้าพิทักษ์ป่าของอุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของผืนป่าตะวันตก เช่น เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสลักพระ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ ถึงแม้ไบโอฟาร์มจะเป็นบริษัทผลิตยาก็ตาม แต่เราขอเป็นตัวเลือกในการป้องกันโรคภัยต่างๆ อยากให้คนไทยบริโภคยาให้น้อยที่สุด ใช้ยาให้เหมาะสมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น รวมทั้งตั้งใจสานต่อโครงการนี้อย่างต่อเนื่องและขยายพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ ตามความตั้งใจของบริษัทที่ว่า โอบอุ้มดูแลคุณค่าทุกชีวิต
บริษัท ไบโอแลป จำกัดเป็นบริษัทในเครือเดียวกับ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2524 ที่มีนบุรี โดย คุณ วิโรจน์ ถกลศรี ประธานกลุ่ม Bio Group ด้วยแนวคิดของท่านที่ต้องการจะช่วยให้คนไทยเข้าถึงยาที่มีคุณภาพได้มากขึ้นด้วยราคาที่สมเหตุผล ซึ่งต่อมาในปี2534 ไบโอแลป ย้ายโรงงานมาที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู จนถึงปัจจุบัน


ตู้ยา Biopharm เพื่อชุมชนปีที่ 3

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด จัดงานแถลงข่าว ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดตัวโครงการ “ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3” ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปีนี้มีเป้าหมายจะเข้าไปเยี่ยมเยียนและมอบตู้ยาพร้อมเวชภัณฑ์เบื้องต้นที่จำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ในเขตผืนป่าตะวันออก อันได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 3.8 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดสระบุรี, นครนายก, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, และบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติ" จากองค์การยูเนสโกเมื่อปี พ.ศ. 2548 ภายใต้ชื่อกลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตอบแทนสังคมให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ใช้ยาดีมีคุณภาพทัดเทียมยาต้นแบบจากต่างประเทศ วัตถุประสงค์โครงการตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3 มีดังนี้

1.เพื่อแสดงถึงความห่วงใย และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ทุ่มเทกำลังในการดูแลผืนป่าของไทย
ในปีที่แล้วไบโอฟาร์มมอบตู้ยาให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี รวมตู้ยาและเวชภัณฑ์ทั้งหมด 100 ตู้ และในปีนี้ก็จะมีการนำเวชภัณฑ์ไปเติมให้อีก สำหรับปีนี้ไบโอฟาร์มมอบตู้ยาให้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จำนวน 29 ตู้ และมอบให้กับอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” รวมทั้งสิ้น 76 ตู้ พร้อมทั้งชุมชนอื่นๆรอบอุทยานจนครบ 100 ตู้ตามเป้าหมาย

2.เพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาลเบื้องต้นให้กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยพิทักษ์ป่าในการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับนักท่องเที่ยว
นอกจากจะมียาและชุดปฐมพยาบาลเพิ่มขึ้นเพื่อไว้ประจำห้องพยาบาลที่ทำการอุทยานฯ ในการดูแลนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุ เช่น ลื่นล้มจากการขึ้นลงน้ำตก ฯลฯ แล้ว โครงการ ตู้ยา BIOPHARM เพื่อชุมชนปีที่ 3 ได้มีการเพิ่มรายการยาที่น่าจะตอบสนองความต้องการของเจ้าหน้าที่มากขึ้น เช่น
- ยาแก้แพ้อากาศ (Clarid)
- ครีมฆ่าเชื้อรา (Cotren)
- ครีมแก้คัน ผื่น (Clobet)
- ยาถ่ายพยาธิ (Alben)
- ยาล้างตา
- ยาล้างแผล ไฮโดรเจนเปอร์อออกไซด์
นอกเหนือจากนี้ยังมีรายการยาที่เคยมอบให้ตามแนวทางของโครงการปีที่ 1-2 คือ พลาสเตอร์แบบผ้า, สำลีแผ่น, ครีมแก้ปวดเมื่อย (Flanil cream), แอกอฮอล์ฆ่าเชื้อ, ยาใส่แผลฆ่าเชื้อ (Povidine), ยาแก้โรคกระเพาะ (Belcid) และยาแก้ปวด Paracetamol

3. เพื่อให้ชุมชนที่อาศัยใกล้พื้นที่อุทยานฯ และเขตรักษาพันธุ์ฯ ที่อยู่ห่างไกลจากสถานพยาบาล ได้มียาดีมีคุณภาพไว้ใช้กรณีฉุกเฉิน
โดยไบโอฟาร์มเชื่อว่า “ความยั่งยืนที่แท้จริงของประเทศไทย คือสุขภาพของป่าและน้ำ ถ้าสุขภาพของป่า น้ำ และเจ้าหน้าที่ฯ ดี ก็จะส่งต่อมาถึงสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของคนทั้งประเทศได้” ดังพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานในการเสด็จออกมหาสมาคมฯ ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ที่ว่า

“ธรรมชาติแวดล้อมของเรา ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ป่าไม้ แม่น้ำ ทะเลและอากาศ ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสวย ๆ งาม ๆ เท่านั้น
หากแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของเราและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของเราไว้ให้ดีนี้
ก็เท่ากับเป็นการปกปักรักษาอนาคตไว้ให้ลูกหลานของเราด้วย”

คุณวันชัย เจิดนภาพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจร้านขายยา บริษัทไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า “สำหรับโครงการตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน ตั้งเป้าหมายไว้ว่าในทุกๆปี จะแจกตู้ยาพร้อมเวชภัณฑ์ที่จำเป็น จำนวน 100 ตู้ ซึ่งปีนี้มอบให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ดูแลพื้นที่ป่าตะวันออก รวม 5 ผืนป่า ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่และชุมชนโดยรอบอุทยานฯ รวมทั้งหมด 100 ตู้นอกจากนั้นแล้ว ก็จะลงพื้นที่เพื่อเติมเวชภัณฑ์ให้กับตู้ยาเดิมในสองปีที่ผ่านมาด้วย นั่นคือในปีแรกที่ชุมชนปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และในปีที่สองที่อุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของผืนป่าตะวันตก เช่น เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสลักพระ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง”
ทางด้าน คุณครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า “การดูแลผืนป่าเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันหยุด จะเพิกเฉยหรือละทิ้งไม่ได้แม้สักวันเดียว การที่มีคนมองเห็นถึงความสำคัญของหน้าที่ตรงนี้ ถือเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้เขารู้สึกว่ากำลังปฏิบัติภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เกิดความภาคภูมิใจและมีกำลังใจในการทำงานมากยิ่งขึ้น แต่แท้จริงแล้วคนที่ดูแลผืนป่าได้ดีที่สุดไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่คือพวกเราทุกคน เพราะป่าคือแหล่งกำเนิดชีวิต คือลมหายใจของทุกคน และเป็นแหล่งผลิตความสุขให้พวกเรา ป่าคือของพวกเราทุกคน เราจึงควรรักป่า หวงแหนป่าและที่สำคัญควรช่วยกันอนุรักษ์ป่าและธรรมชาติ ถ้าคนรักษ์ป่า ป่าก็จะรักทุกคน”
ในส่วนของการลาดตระเวนเพื่อดูแลผืนป่ามรดกโลกนั้น เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีจำนวน 250 นาย เดินป่าลาดตระเวนครั้งละ 3-7 วัน แบกเป้ที่มีน้ำหนักหลายสิบกิโล ทั้งน้ำดื่ม ข้าวสารอาหารแห้งสำหรับยังชีพ เปลสนาม เสื้อผ้า 1-2 ชุด ตลอดจนยารักษาโรค ทุกครั้งที่เข้าป่าคือการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามมากมายทั้งผู้ร้ายที่ลักลอบตัดไม้ เช่นไม้พยุงที่มีราคาสูง การลักลอบฆ่าสัตว์ป่า เช่น กวาง กระทิง เป็นต้น เจ้าหน้าที่จะต้องเตรียมพร้อมในทุกๆด้าน เช่น ฝึกการปลดอาวุธด้วยมือเปล่า เรียนรู้เรื่องพืชสมุนไพรและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นศึกษาการหาแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น วิธีดื่มน้ำจากการคายไอน้ำของใบไม้ หรือการนำน้ำขี้ช้างมาดื่มในยามฉุกเฉิน เป็นต้น

กิจกรรมเดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เพื่อให้ทีมงานและสื่อมวลชนเข้าใจในภารกิจของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวณ พวกเราจึงติดตามเจ้าหน้าที่เข้าไปตามเส้นทางสำรวจธรรมชาติ ซึ่งทีมงานจะได้เห็นการเตรียมตัวของเจ้าหน้าที่เพื่อการออกลาดตระเวณ จะต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ ที่สำคัญต่อการตำรงชีพในป่าแพ็คใส่กระเป๋าที่มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 20 กิโลโลกรัม (ต่อการออกลาดตระเวณ 1 รอบหรือ 4 วัน) ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พาเราสำรวจเส้นทางของผืนป่า “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ในระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ผืนป่ากลุ่ม “ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ได้รับการประกาศให้เป็น "มรดกโลกทางธรรมชาติ" จากองค์การยูเนสโกเมื่อปี พ.ศ. 2548 เพราะมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีสภาพป่าแบบต่างๆ ตั้งแต่ ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ และเป็นต้นน้ำลำธารสำคัญๆ ทั้งแม่น้ำนครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี, ลำตะคอง, ห้วยมวกเหล็ก, และแม่น้ำมูลซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขง รวมถึงเป็นแหล่งพบสัตว์ป่าหายาก เช่น เสือโคร่ง ซึ่งปัจจุบันเสือโคร่งในธรรมชาติทั่วโลกมีอยู่ไม่ถึง 4,000 ตัวเท่านั้น โดยเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางสำนักอุทยานแห่งชาติเพิ่งมีการแถลงข่าวว่า ตรวจพบเสือโคร่งในธรรมชาติบริเวณป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ จากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์เป็นจำนวนถึง 18 ตัว ถือเป็นข่าวดีในรอบ 15 ปีทีเดียว และสำหรับที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก็ยังมีสัตว์ป่ามากมายทั้ง ช้างป่า ชะนี กวาง จระเข้ ลิง นกเงือก เป็นต้น

“ปัจจุบันการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เป็นการทำงานแบบ National Park 4.0 เพื่อให้สอดคล้องกับยุค Thailand 4.0 โดยมีการพัฒนาคุณภาพและจำนวนของกล้อง CCTV แบบเดียวกับที่ดักสุ่มดูผู้ก่อการร้าย ซึ่งจะช่วยเฝ้าระวังภัยคุกคามทั้งการตัดไม้ทำลายป่า การล่าสัตว์ป่าได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงพัฒนาการลาดตะเวน สู่การลาดตระเวนแบบมีคุณภาพที่เรียกว่า Smart Patrol โดยใช้ GPS นำทาง เราจะรู้เลยว่าเจ้าหน้าที่ลาดตะเวนไปยังจุดไหนบ้าง มีแบบฟอร์มให้จดบันทึกว่าพบเจออะไรบ้าง รอยเท้าสัตว์ขนาดเท่าไหร่เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์อายุและประเภทของสัตว์ป่า นอกจากจะช่วยตรวจตราการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้แล้ว ยังถือเป็นการดูแลความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนอีกด้วย หากภัยคุกคามอยู่ตรงจุดใด ไม่ว่าจะเป็นคนร้ายหรือการรวมกลุ่มของสัตว์ป่า ก็สามารถแจ้งเตือนและขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ซึ่งน่าจะช่วยให้การดูแลผืนป่าของพวกเราทุกคนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กล่าวปิดท้าย

กิจกรรมเติมโป่งดิน
ในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ฯ ได้พาทีมงานเข้าไปยัง โป่งดิน ซึ่งเป็นแหล่งดินอาหารของสัตว์ โดยในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีแหล่งโป่งดินเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่มักจะนำแร่ธาตุต่างๆ มาเติมให้กับโป่งเพื่อให้สัตว์ได้มาหากินอยู่เสมอ โดย แร่ธาตุเหล่านี้เป็นสิ่งซึ่งสัตว์สัตว์ป่าไม่สามารถหาทดแทนได้จากพืช ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สาธิตวิธีการทำโป่งและให้ทีมงานได้ทดลองทำโป่งกันด้วย ก่อนเดินทางเข้าสู่กิจกรรมต่อไปที่ลานกางเต๊นท์ลำตะคอง


บริษัทไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด สรุปปิดท้ายว่า “ความสำคัญของป่า และภารกิจในการดูแลรักษาป่าไม้เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง วัตถุดิบหลายอย่างในอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่สามารถสังเคราะห์ในห้องแล็บได้ จำเป็นต้องพึ่งวัตถุดิบจากธรรมชาติ ถ้าป่าไม้ป่วยและหมดลง ก็จะส่งผลกระทบต่อเราทันที และน่าจะส่งผลไปถึงทุกอุตสาหกรรมในประเทศนี้ด้วย เราจึงมองว่าการสนับสนุนภารกิจของผู้พิทักษ์ป่าและการทำโครงการเชิงอนุรักษ์เป็นเรื่องสำคัญมาก ทั้งรณรงค์ให้เห็นความสำคัญของป่า และการสนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่โดยมอบเวชภัณฑ์ที่เหมาะกับลาดตระเวนและบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น เพื่อให้ปฏิบัติงานได้สะดวกราบรื่นขึ้น เหมือนการดูแลสุขภาพต่อเนื่องกันไป เจ้าหน้าที่สุขภาพดี ป่าก็สุขภาพดี สัตว์ป่าก็สุขภาพดี พวกเราทุกคนก็สุขภาพดีกันถ้วนหน้า
ถึงแม้เราจะเป็นบริษัทยาของคนไทยเพื่อคนไทยก็ตาม แต่เราขอเป็นตัวเลือกในการป้องกันโรคภัยต่างๆ เราอยากให้คนบริโภคยาให้น้อยที่สุด หรือใช้ยาให้เหมาะสมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยในปีต่อๆไป ก็จะยังคงสานต่อโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง แต่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้มากขึ้นและเพิ่มยาที่เป็นความต้องการของเจ้าหน้าที่ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมไปถึงสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ เช่น เตาแก๊สสนามและแก๊สกระป๋องสำหรับการหุงหาอาหารเพื่อการยังชีพในป่า ซึ่งสะดวกไม่ก่อให้เกิดไฟป่าและยังไม่ทิ้งร่องรอยเหมือนการก่อไฟให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับรู้อีกด้วย


กิจกรรมสาธิตการต่อสู้
เมื่อรับประทานอาหารเย็นกันที่ลานกางเต๊นท์ลำตะคอง แม้ว่าจะมีเม็ดฝนประปรายลงมาบ้าง แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงต้องรับเราด้วยกิจกรรมที่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของวันนี้ คือการสาธิตการต่อสู้และการป้องกันตัว เพื่อการเตรียมความพร้อมสำหรับการปะทะกับกองกำลังฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่ผู้บริหารบริษัทไบโอฟาร์มฯ จะทำการมอบของที่ระลึก และเตรียมตัวสู่การส่องสัตว์ในเวลากลางคืนเป็นกิจกรรมสุดท้าย

ติดตามการทำงานของ “โครงการ ตู้ยาไบโอฟาร์มเพื่อชุมชนปีที่ 3” สานต่อความห่วงใยสู่ผู้พิทักษ์ป่ามรดกโลก มาสัมผัสความสวยงามและร่มรื่นของผืนป่ามรดกโลก“ดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นผืนป่า แหล่งน้ำและสัตว์ป่านานาชนิด คนที่ทำหน้าที่ดูแลผืนป่าต้องทำด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนนึง แต่เพื่อลมหายใจของพวกเราทุกคน เราจึงต้องหวงแหนและช่วยกันปกป้องผืนป่าซึ่งเป็นลมหายใจของเราให้ดีที่สุด