News & Events

สัมมนาสมาคมผู้ประกอบการร้านยา จังหวัดชลบุรี

นายปิยะวัฒน์ วงศ์สุข (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการร้านยา จังหวัดชลบุรี จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563 โดยมี อาจารย์ ภก.สมเฮง นรเศรษฐีกุล (ที่ 3 จากซ้าย) เป็นวิทยากรพิเศษให้ความรู้ในหัวข้อ “ยา Etoricoxib กับการปวดประจำเดือน” ในงานมีบูธกิจกรรมให้ความรู้ต่าง ๆ โดยงานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุช พัทยา ( NICE ) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อเร็ว ๆ นี้








สวท มอบถุงเปี่ยมสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ศ. กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สวท นำคณะกรรมการ สวท ผู้อำนวยการ สวท และเจ้าหน้าที่ สวท ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส มอบถุงเปี่ยมสุขให้กับ ประชาชนและนักเรียน โรงเรียนบ้านศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จ. นราธิวาส เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 21 ตุลาคม และโอกาสที่ สมาคมฯ ครบรอบ 50 ปี โดยได้รับเกียรติจาก นายสังคม เกิดก่อ นายอำเภอตากใบ จ. นราธิวาส สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนราธิวาส และองค์การบริหารส่วนอำเภอตากใบ จ. นราธิวาส เข้าร่วมกิจกรรมมอบถุงเปี่ยมสุข ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด

ศ. กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สวท กล่าวว่า สมาคมฯ เข้าดำเนินงานในเขตพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2523 บุกเบิกงานอนามัยแม่และเด็ก อาทิ โครงการอนามัยแม่และเด็กเว้นช่วงระยะการมีบุตรแก่ชาวไทยมุสลิม เริ่มต้นที่ จ.สตูล โครงการลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส โครงการผู้สูงอายุยังมีคุณค่าจังหวัดปัตตานี โดยยึดแนวทางการดำเนินงาน เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนาและสอดคล้องกับประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่นพร้อมกับความระมัดระวังด้วยความเชื่อที่ว่า “การคุมกำเนิด” นั้นขัดต่อหลักศาสนาอิสลาม ตลอดระยะเวลา 40 ปี สมาคมฯ ได้รับการตอบรับจากประชาชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา หน่วยงานในพื้นที่อย่างดียิ่งพร้อมกันนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลให้เป็นองค์กรนำร่องเข้าดำเนินงานในเขตพื้นที่จังหวัดภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ยังคงดำเนิน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โคกหนองนา อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

ศ. กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร กล่าวต่ออีกว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปี สมาคมฯ ดำเนินงานโดยยึดแนวพระราชดำริแห่งองค์ราชูปถัมภ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จย่า แม่ฟ้าหลวงของปวงชน ในการพัฒนาคุณชีวิตเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มประชาชนผู้ด้อยโอกาส มีผู้ได้รับความรู้และบริการด้านการแพทย์ผ่านหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และคลินิก เวชกรรม สวท ทั้ง10 แห่ง ทั่วประเทศเป็นจำนวนกว่า 50 ล้านคน ตราบใดยังมีการเกิดของมนุษย์ตราบนั้น สมาคมฯจะยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานรอยตามเบื้องยุคลบาทและสืบสานพระราชปณิธานแห่งองค์ราชูปถัมภ์ สมเด็จย่า ที่ทรงสถิตในดวงใจคนไทยตราบนิรันดร์ เพื่อให้ทุกการเกิด เกิดอย่างมีคุณภาพ สืบไป



ไบโอฟาร์มมอบยาและเจลล้างมือแก่ จนท.เขาใหญ่

เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คนกลุ่มเล็กๆ ที่ถูกขนานนามว่า "นักรบแห่งพงไพร" หรือถูกยกย่องให้เป็นผู้ปิดทองหลังพระที่ทำหน้าที่ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติเพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งคำเหล่านี้ไม่ได้เป็นการกล่าวเกินความจริง แต่เป็นการอธิบายถึง งานแห่งชีวิตของพวกเขาเหล่านี้ มาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในการดูแลผืนป่าอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่อันดับ 3 ของประเทศให้อุดมสมบูรณ์มากที่สุด

แม้วันนี้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศจะได้หยุดพักในการทำหน้าที่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจให้กับนักท่องเที่ยว เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจะหยุดลงตามไปด้วย ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละวันนั้น ยากที่จะคาดเดาได้ว่าจะต้องเจอกับสิ่งใด บางครั้งอาจจะต้องเผชิญกับขบวนการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ เสี่ยงกับโรคภัยไข้เจ็บสารพัด หรือแม้แต่ภัยธรรมชาติและความดุร้ายของสัตว์ป่าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“ศรุต พิรักษา” หรือ “ต๋อย” ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากร อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เล่าถึงสถานการณ์และการทำงานของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหลังมีคำสั่งปิดอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศจากการระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศประกาศปิดตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา อาจจะเป็นข่าวร้ายของผู้รักการท่องเที่ยวที่ต้องการใกล้ชิดและศึกษาธรรมชาติ แต่ถือว่าเป็นความจำเป็นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งหากมองอีกมุมหนึ่งนี่เป็นครั้งแรกของป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และป่าอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ที่จะได้หยุดพักผ่อนอย่างเต็มที่ ปราศจากการรบกวนเป็นการให้เวลาแก่ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างแท้จริง

ย้อนกลับไปเมื่อ ปี 2506 หรือประมาณ 61 ปี มาแล้วที่ป่าเขาใหญ่ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ จวบจนถึงวันนี้ป่าเขาใหญ่ไม่เคยได้หยุดพักในการต้อนรับนักท่องเที่ยวเลย แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นป่าอนุรักษ์ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมาเยือนของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละ 1.5 ล้านคน ย่อมมีผลกระทบต่อธรรมชาติและสัตว์ป่าไม่มากก็น้อย เพราะในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินั้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเหยียบย่ำไปบนพื้นดินและพืชผิวดิน ทำให้เกิดการเสียหาย ล้มตาย หรือไม่เจริญเติบโต ส่วนผลกระทบต่อสัตว์ป่าก็เป็นการรบกวนวิถีชีวิตตามธรรมชาติ สร้างความหวาดระแวงจากกลิ่นและเสียงของมนุษย์ ทำให้การหากินและพฤติกรรมของสัตว์ผิดไปจากธรรมชาติ เพราะนักท่องเที่ยวบางคนฝ่าฝืนกฎข้อบังคับของอุทยานฯ อาทิ ทิ้งขยะไม่ถูกที่ ให้อาหารสัตว์ป่า ขับรถเร็วเกินกำหนด เหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้สัตว์ป่าได้รับอันตรายบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ด้านการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ในเวลานี้ทุกคนยังคงทำงานกันเหมือนภาวะปกติ เพราะงานพิทักษ์ป่าไม่มีวันหยุด งานที่รับผิดชอบครอบคลุมในหลายมิติ ทั้งป้องกัน ปราบปราม งานด้านการศึกษาวิจัย และสร้างมวลชน ส่วนที่หนักสุดและเป็นงานหลักของเจ้าหน้าที่ คือ การตรวจลาดตระเวน เนื่องจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีขนาดพื้นที่ 2,168 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,355,396 ไร่ แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่รับผิดชอบมีประมาณ 460 คน ในจำนวนดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ต้องลาดตระเวน ป้องกัน และปราบปราม เพียง 250 คน แบ่งหน้าที่กันเป็นส่วนกลาง 5 ชุด หมุนเวียนกันเข้าป่า และรอบแนวเขตป่าอีก 23 ชุด ทำงานร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง หากมองแค่จำนวนอย่างเดียวอาจดูเหมือนมาก แต่เมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่รับผิดชอบแล้วถือว่าไม่เพียงพอ เพราะเฉลี่ยแล้วเจ้าหน้าที่ 1 คน ต้องดูแลพื้นที่ป่ามากถึง 5,000 ไร่

การออกลาดตระเวนแต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ต้องแบกสัมภาระ อาวุธ และอุปกรณ์ยังชีพน้ำหนักถึง 15-25 กิโลกรัม การปฏิบัติหน้าที่เป็นระยะเวลานานหลายปี สิ่งที่ตามมาคืออาการเจ็บหลัง ปวดเมื่อย หรือบางคนเจ็บหนักถึงขั้นเรื้อรัง หลังเสีย จนต้องย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่นแทน
ดังนั้น “ยา” ถือเป็นสิ่งสำคัญมากเมื่อเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในป่า ซึ่งยาที่เตรียมไปส่วนใหญ่จะเป็นยาที่ครอบคลุมการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นได้บ่อย อาทิ ยาแก้ปวดลดไข้ ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อยคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้แพ้ ยาแก้ผื่นคัน รวมไปถึงเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการปฐมพยาบาลเมื่อได้รับบาดเจ็บ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมียาสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งจะมีการตรวจสุขภาพของเจ้าหน้าที่ก่อน หากคนไหนสุขภาพไม่ดี ไม่พร้อมก็จะไม่อนุญาตให้เข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่

แม้เจ้าหน้าที่ฯ จะต้องทำงานหนัก แต่ทุกคนก็ยินดีและพร้อมที่จะทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรป่าไม้อย่างเต็มที่ และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ได้เล็งเห็นความสำคัญของ “ผู้พิทักษ์ป่า” จึงสนับสนุนตู้ยา เติมยาและเวชภัณฑ์ พร้อมให้ความรู้เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพให้กับประชาชนรวมไปถึงเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “45 ปี ไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน เติมยา เติมความห่วงใย"

ด้าน “เภสัชกรปริญญา เปาทอง” ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานองค์กร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด กล่าวถึง การมอบยาและเวชภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและหน่วยปฐมพยาบาลนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ครั้งนี้ว่า เป็นกิจกรรมที่ ไบโอฟาร์มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการมอบยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ แล้ว ยังได้มอบแอลกอฮอล์เจลสำหรับล้างมือจากคณะเภสัชศาสคร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยหวังจะสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ให้มีพลังกายพลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติของเราให้คงอยู่ตลอดไป


ร่วมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านทันตกรรม

ไบโอฟาร์มและไบโอแลป ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ศ.ดร.ทพญ. วรานันท์ บัวจีบ (ที่ 2 จากซ้าย) คณบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยี และนำไปสู่การผลิตและจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไบโอแลป จำกัด โดยพิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องสิรินธรทันตพิพิธ  อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อเร็วๆนี้


ร่วมมือแพทย์ รพ.สมุทรสาคร ให้ความรู้ปัญหากระดูก

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด โดยนายชวิศ เพชรรัตน์ โครงการ 45 ปี ไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน ปีที่ 6 พร้อมด้วย อาจารย์นายแพทย์เทพรักษา เหมพรหมราช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ โรงพยาบาลสมุทรสาคร จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องปัญหากระดูกและข้อที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ พร้อมเติมเวชภัณฑ์ให้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุขและชุมชนในเขตเทศบาลนครสมุทรปราการ โดยมีนายอิทธิชัย ชูเรณู ปลัดเทศบาลนครสมุทรปราการ ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรปราการ พร้อมตัวแทนจากศูนย์บริการสาธารณสุขและชุมชนในเขตเทศบาลนครสมุทรปราการ เป็นผู้รับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้




พรปีใหม่จากพันธมิตรคนสำคัญ

คณะผู้บริหารชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย เข้าพบปะและอวยพรปีใหม่คณะผู้บริหาร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความสัมพันธ์อันดีเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2561 โดยมี คุณวีระพัฒน์ ถกลศรี กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ให้การต้อนรับ นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่คณะผู้บริหารชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมเยียนและหารือแนวทางในการขยายตลาดร่วมกัน ซึ่งทางบริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ถือเป็นเกียรติและขอขอบพระคุณคณะผู้บริหารชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย ณ ที่นี้






เติมยา เติมความห่วงใย ปีที่ 5

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด โดยนายชวิศ เพชรรัตน์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัทไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้จัดทำโครงการ 45 ปีไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน มอบถุงเวชภัณฑ์จำนวน 22 ชุดให้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรีโดยมี นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรีเป็นผู้รับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้


รวมน้ำใจ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดอุบลราชธานี

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด โดยภก. ปริญญา เปาทอง ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานองค์กร มอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจำนวน 100,000 บาท ให้แก่นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม. รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี และนายแพทย์สุวิทย์ โรจนศักดิ์โสธร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้รับมอบ


ประชุมวิชาการที่ สปป.ลาว

ภก.อรรณพ มโนมัยวิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์คุณภาพชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมวิชาการประจำปี ให้กับสมาคมโรคติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงพยาบาลมิตรภาพเวียงจันทน์ สปป.ลาว งานประชุมดังกล่าวมีบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในประเทศไทย สปป.ลาว และประเทศใกล้เคียง ที่สนใจเรื่องโรคติดเชื้อในกระแสเลือด เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก


ไบโอแลป คว้ารางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด 2019”

บรรยายภาพ : คณะผู้บริหาร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด และ บริษัท ไบโอแลป จำกัด ถ่ายภาพร่วมกัน

นายรชฏ ถกลศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอแลป จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด รับรางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด ปี 2562” ในประเภทสถานประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพด้านยา พร้อมด้วย ภก.สุรินทร์ กวีวงศ์วรนันท ผู้อำนวยการสังกัดประกันคุณภาพและควบคุมคุณภาพ บริษัท ไบโอแลป จำกัด เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัล และได้รับเกียรติจาก นายกิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้มอบรางวัล เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา

บรรยายภาพ: ภก.สุรินทร์ กวีวงศ์วรนันท ผู้อำนวยการสังกัดประกันคุณภาพและควบคุมคุณภาพ บริษัท ไบโอแลป จำกัด รับมอบรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด ปี 2562 ประเภทสถานประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพด้านยา จากนายกิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
บรรยายภาพ: ตัวแทนผู้รับมอบรางวัลจากบริษัทต่างๆ ร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก

รางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด” นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มอบให้กับ สถานประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่มีการดำเนินกิจการภายใต้มาตรฐานและความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค มีคุณธรรมและจริยธรรมในการผลิต ผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างปลอดภัย โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาสถานประกอบการ คือ มีการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อจำหน่ายในประเทศที่ได้คุณภาพ มีการรักษาคุณภาพมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง นำเอาระบบคุณภาพมาพัฒนา

บรรยายภาพ: นายรชฏ ถกลศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบโอแลป จำกัด
มอบกระเช้าดอกไม้แก่ นายกิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โรงงานไบโอแลป ได้รับรางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง ได้แก่ ในปี 2009, 2011,2012, 2013, 2015, 2018 และล่าสุดปี 2019 นับเป็นสถานประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพด้านยาที่ได้รับรางวัลนี้มากที่สุดแห่งหนึ่ง และเป็นความสำเร็จของไบโอแลป โรงงานผลิตยาที่ได้รับมาตรฐาน PIC/S หรือ EU GMP ทั้งยังสร้างชื่อเสียงให้กับ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายเป็นอย่างมาก ซึ่งไบโอแลปและไบโอฟาร์ม ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับจากวงการอาหารและยา รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพของยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพมากยิ่งขึ้น