ร่วมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านทันตกรรม

ไบโอฟาร์มและไบโอแลป ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ศ.ดร.ทพญ. วรานันท์ บัวจีบ (ที่ 2 จากซ้าย) คณบดี คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยี และนำไปสู่การผลิตและจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไบโอแลป จำกัด โดยพิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องสิรินธรทันตพิพิธ  อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดลเมื่อเร็วๆนี้


ร่วมมือแพทย์ รพ.สมุทรสาคร ให้ความรู้ปัญหากระดูก

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด โดยนายชวิศ เพชรรัตน์ โครงการ 45 ปี ไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน ปีที่ 6 พร้อมด้วย อาจารย์นายแพทย์เทพรักษา เหมพรหมราช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ โรงพยาบาลสมุทรสาคร จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องปัญหากระดูกและข้อที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ พร้อมเติมเวชภัณฑ์ให้แก่ ศูนย์บริการสาธารณสุขและชุมชนในเขตเทศบาลนครสมุทรปราการ โดยมีนายอิทธิชัย ชูเรณู ปลัดเทศบาลนครสมุทรปราการ ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรปราการ พร้อมตัวแทนจากศูนย์บริการสาธารณสุขและชุมชนในเขตเทศบาลนครสมุทรปราการ เป็นผู้รับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้




มาทำความรู้จักยาคุมแต่ละประเภทกัน!

ปัจจุบันมีวิธีคุมกำเนิดที่ได้ผลหลากหลายรูปแบบด้วยกัน หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมจากสาวๆมากที่สุดนั่นก็คือ การคุมกำเนิดโดยการกินยาเม็ดคุมกำเนิดนั่นเอง แต่รู้รึเปล่าว่า ยาคุมไม่ได้มีแค่แบบเดียว แถมยังมีหลายประเภทอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้ว เรามาทำความเข้าใจยาคุมแต่ละประเภทกันเลยดีกว่าค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า การกินยาเม็ดคุมกำเนิดถือเป็นการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว เช่นเดียวกับการใช้ห่วงอนามัย หรือถุงยางอนามัย แต่แตกต่างกันที่วิธีการทำงาน โดยยาเม็ดคุมกำเนิดจะส่งผลให้

1. ไข่ไม่ตก
2. ท่อนำไข่เคลื่อนไหวผิดปกติ ส่งผลให้ไข่ที่ถูกอสุจิผสมแล้วไม่สามารถเดินทาง
มาฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูกได้
3. เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะต่อการฝังตัวของตัวอ่อน
4. มูกที่ปากมดลูกข้น เหนียว จนทำให้อสุจิไม่สามารถผ่านเข้ามาได้

ยาเม็ดคุมกำเนิดถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน

เป็นยาเม็ดคุมกำเนิดที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่นหลังการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้ป้องกัน เกิดการรั่วของถุงยางอนามัย หรือห่วงอนามัยหลุด เป็นต้น ยาคุมฉุกเฉินจะมาในรูปแบบแผง 2 เม็ด โดยควรกินให้เร็วที่สุด และไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังจากมีเพศสัมพันธ์ แต่ต้องบอกก่อนว่า ประสิทธิภาพของยาคุมแบบฉุกเฉินจะสู้ยาคุมรายเดือนชนิดฮอร์โมนรวมไม่ได้นะคะ เนื่องจาก ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่รีบกินยา เพราะฉะนั้นควรจะใช้แค่เวลาฉุกเฉินจริงๆค่ะ ยาคุมฉุกเฉินมีวิธีกิน 2 แบบคือ

1. แบ่งกิน 2 ช่วง โดยเม็ดแรกทานเร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ส่วนอีกเม็ดกินอีกที 12 ชั่วโมงถัดไป
2. กินพร้อมกัน 2 เม็ด เร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์

แต่เราขอแนะนำว่า กินพร้อมกันไปเลย 2 เม็ดดีกว่าค่ะ เพราะประสิทธิภาพเท่ากัน แต่สามารถป้องกันการลืมกินยาอีกเม็ด แถมยังสะดวกกว่าด้วยค่ะ นอกจากนั้น ถ้าเกิดอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังกินยา ต้องกินซ้ำนะคะ การกินยาเม็ดแบบฉุกเฉินอาจส่งผลให้ปวดท้อง, มีเลือดออกกะปริบกะปรอย หรือประจำเดือนมาคลาดเคลื่อน จึงควรทานเฉพาะฉุกเฉินจริงๆเท่านั้นนะคะ ทางที่ดีถ้ารู้ตัวว่าต้องการคุมกำเนิดเป็นระยะยาว หรือยังไม่พร้อมมีบุตรในช่วงนี้ แนะนำเป็นยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรายเดือนจะดีกว่าค่ะ

2. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดรายเดือน

ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบรายเดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องคุมกำเนิดอยู่เป็นประจำ หรือต้องการคุมรอบเดือนให้มาปกติ รวมถึงช่วยเรื่องผิวพรรณ และลดสิว ถูกแบ่งย่อยออกเป็น 3 สูตรคือ

1. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม

เป็นชนิดที่นิยมมากที่สุด ตัวยาจะประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ตัว คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน และฮอร์โมนโปรเจสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงทำงาน ร่วมกันป้องกันการตกไข่ นอกจากนั้นยังช่วยลดฮอร์โมนเพศชายซึ่งจะช่วยลดสิวได้อีกด้วย

2. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนต่ำ

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของสาวๆที่อยากหลีกเลี่ยงอาการแพ้ หรือเพิ่งเริ่มกินเป็นแผงแรกๆ หรือต้องการปรับฮอร์โมนให้สมดุล โดยจะป้องกันอาการแพ้ อาเจียน เวียนศีรษะ ฝ้า ไม่ส่งผลต่อน้ำหนัก และไม่บวมน้ำ

3. ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสโตรเจนเดี่ยว

เหมาะสำหรับสาวๆที่แพ้ฮอร์โมนเอสโตรเจน รวมถึงคุณแม่ที่ต้องให้นมบุตร เนื่องจากไม่มีผลต่อปริมาณ และคุณภาพของน้ำนม แต่ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดอาจจะไม่ เท่ากับแบบฮอร์โมนรวม
ยาคุมแบบรายเดือนมีทั้งแบบ 21 เม็ด และแบบ 28 เม็ด ซึ่งทั้ง 2 ชนิดควรกินให้ตรงเวลาทุกวัน โดยมีวิธีกินแตกต่างกันไปดังนี้

- แบบ 21 เม็ด
มีลักษณะเป็นสีเดียวกัน ขนาดและปริมาณยาเท่ากัน โดยให้เริ่มกินตั้งแต่วันที่ 1-5 ของการมีประจำเดือน โดยให้วันที่เริ่มกิน ตรงกับวันที่ระบุอยู่หลังแผง แล้วไล่ไปตามลูกศร เช่น ประจำเดือนมาวันพุธ ก็เริ่มตั้งแต่เม็ดที่ด้านหลังเขียนว่า พ. หรือ Wed จากนั้นหยุดกิน 7 วัน แล้วค่อยเริ่มแผงใหม่ เมื่อถึงกำหนด 7 วัน ไม่ว่าประจำเดือนจะหมด หรือไม่ก็ตามก็ให้เริ่มกินแผงใหม่ได้เลยค่ะ

- แบบ 28 เม็ด

ในแผงยาจะมี 2 สี โดยจะเป็นตัวยาที่เป็นฮอร์โมน 21 เม็ด ส่วนอีก 7 เม็ด เป็นเม็ดแป้ง ด้านหลังแผงจะมีตัวเลขกำกับอยู่ เริ่มกินได้ตั้งแต่วันที่ 1-5 ของรอบเดือน โดยให้เริ่ม กินเม็ดที่เขียนว่า 1 แล้วไล่ไปตามเลขไปเรื่อยๆจนครบ พอหมดแผงก็เริ่มกินแผงใหม่ได้เลยในวันถัดไป

เห็นมั้ยคะว่า ถ้าเราเข้าใจยาคุมแต่ละประเภท และทานให้ตรงกับจุดประสงค์ของเรา การคุมกำเนิดก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย สาวๆคนไหนที่เริ่มทานยาคุมแล้วรู้สึกว่ามีอาการแพ้ หรือพบผลข้างเคียงต่างๆ ลองปรึกษาคุณหมอ หรือเภสัชกร เพื่อปรับชนิดของยาคุม หรือหาแนวทางแก้ไขไปด้วยกันนะคะ


พรปีใหม่จากพันธมิตรคนสำคัญ

คณะผู้บริหารชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย เข้าพบปะและอวยพรปีใหม่คณะผู้บริหาร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างความสัมพันธ์อันดีเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2561 โดยมี คุณวีระพัฒน์ ถกลศรี กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ให้การต้อนรับ นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่คณะผู้บริหารชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมเยียนและหารือแนวทางในการขยายตลาดร่วมกัน ซึ่งทางบริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ถือเป็นเกียรติและขอขอบพระคุณคณะผู้บริหารชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย ณ ที่นี้






เติมยา เติมความห่วงใย ปีที่ 5

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด โดยนายชวิศ เพชรรัตน์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัทไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้จัดทำโครงการ 45 ปีไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน มอบถุงเวชภัณฑ์จำนวน 22 ชุดให้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรีโดยมี นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรีเป็นผู้รับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้


รวมน้ำใจ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดอุบลราชธานี

บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด โดยภก. ปริญญา เปาทอง ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานองค์กร มอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจำนวน 100,000 บาท ให้แก่นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม. รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 10 จังหวัดอุบลราชธานี และนายแพทย์สุวิทย์ โรจนศักดิ์โสธร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้รับมอบ


ประชุมวิชาการที่ สปป.ลาว

ภก.อรรณพ มโนมัยวิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายธุกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์คุณภาพชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นเจ้าภาพจัดงานการประชุมวิชาการประจำปี ให้กับสมาคมโรคติดเชื้อในกระแสเลือด เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงพยาบาลมิตรภาพเวียงจันทน์ สปป.ลาว งานประชุมดังกล่าวมีบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในประเทศไทย สปป.ลาว และประเทศใกล้เคียง ที่สนใจเรื่องโรคติดเชื้อในกระแสเลือด เข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก


โครงการฯ ปีที่ 4

45 ปี ไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน 2561

เติมยาเติมความห่วงใย สมุทรสาคร

เติมยาเติมความห่วงใย ปทุมธานี


เติมยา เติมสุข อุทยานแห่งชาติทับลาน

เภสัชกรปริญญา เปาทอง ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานองค์กร, เภสัชกรบุญสม เกษจันทร์ทิวา หัวหน้าทีมเภสัชกรไบโอฟาร์มบริษัท และนายแพทย์อำนาจ รักษ์งาน รองผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตร์ฯ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมให้ความรู้เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพในการปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในฤดูฝนแก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

พร้อมมอบตู้ยา เติมยา และเวชภัณฑ์ให้แก่อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี ในโครงการ "45 ปี ไบโอฟาร์มเพื่อชุมชน เติมยา เติมความห่วงใย" โดยมี นางทาริกา ธุดงค์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี (คนแรกขวามือ) และนายมาโนช วีระกุล ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติทับลาน (ที่สามซ้ายมือ) เป็นตัวแทนในการรับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้


วิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออกและไข้มาลาเรีย

ยังคงอยู่ในช่วงหน้าฝน ซึ่งคงต้องเฝ้าระวังสำหรับโรคภัยต่าง ๆ ที่มากับหน้าฝน โดยเฉพาะ โรคไข้เลือดออก ไม่เพียงแต่ประชาชนทั่วไปที่อาศัยในเมืองเท่านั้น สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ป่า หรือ บริเวณเขตชายแดน นับเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน โดยนอกจากต้องระมัดระวังโรคไข้เลือดออกแล้ว ยังต้องระวังโรคไข้มาลาเรียอีกด้วย

เผยสถิติครึ่งปีแรกพบผู้ป่วยไข้เลือดออก-มาลาเรียเพิ่มขึ้น
มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกและโรคไข้มาลาเรีย ซึ่งขณะนี้การกลับมาระบาดของทั้ง 2 โรคมีแนวโน้มที่สูงขึ้น จากรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออกล่าสุด ของกระทรวงสาธารณสุข (วันที่ 31 กรกฎาคม 2562) พบว่าตั้งแต่ต้นปีมีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกแล้ว 59,167 ราย เสียชีวิต 67 ราย จำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกมากกว่าปี 2561 ในช่วงเวลาเดียวกัน 1.6 เท่า โดยกลุ่มที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกสูงสุดคือกลุ่มอายุ 5-14 ปี รองลงมาคือ 15-34 ปี ขณะที่ผู้ป่วยด้วยโรคไข้มาลาเรียนั้น จากข้อมูลล่าสุด (วันที่ 2 สิงหาคม 2562) พบแล้ว 3,477 ราย โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 22-44 ปี รองลงมาคือ 5-14 ปี

สาเหตุการระบาดของโรค
จากตัวเลขดังกล่าวทำให้ทุกคนต้องระมัดระวังและดูแลสุขภาพตนเองให้มากขึ้น ซึ่งสาเหตุของการระบาดของโรคมีอยู่หลายปัจจัย ทั้งปริมาณยุงลายพาหะของโรคมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากอากาศที่ร้อนและร้อนเร็วขึ้น ทำให้วงจรชีวิตของยุงถูกเร่งให้เข้าสู่ช่วงตัวเต็มวัยจาก 7 วัน เป็น 5 วัน รวมถึงมีผู้ป่วยติดเชื้อในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเมื่อผู้ป่วยถูกยุงลายกัดและยุงไปกัดคนอื่นต่อก็จะมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรค ยิ่งเป็นช่วงฤดูฝนทำให้แหล่งเพาะพันธุ์ยุงมีเพิ่มมากขึ้น จึงมีแนวโน้มว่าจะมีปริมาณผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกและโรคไข้มาลาเรียเพิ่มขึ้นอีกในช่วงครึ่งปีหลัง

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคไข้เลือดออก
กลุ่มที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน ไขมัน หัวใจขาดเลือด ไทรอยด์ หอบหืด โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีน้ำหนักตัวมาก จะเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรครุนแรงได้มาก นอกจากนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน หากจำนวนเชื้อไวรัสในเลือดของคุณแม่สูง ก็สามารถส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้

คนทำงานใกล้ป่า-พื้นที่ชายแดน กลุ่มเสี่ยงสูง
สำหรับกลุ่มเสี่ยงสูงซึ่งต้องเฝ้าระวังในการเกิดโรค คือ ประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่ป่า รวมไปถึงเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าซึ่งต้องออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อุทยานและบริเวณเขตชายแดน ต้องคอยระวังและหลีกเลี่ยงสาเหตุของการโรคภัยเหล่านี้ โดยทุกคนควรสังเกตอาการเจ็บป่วยของตนเอง ซึ่งผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออกจะมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นหรือจุดแดงขึ้นคล้ายผื่นของโรคหัด หน้าแดง บางรายอาจมีภาวะเลือดออก ในรายที่มีอาการรุนแรงมากหลังมีไข้มาหลายวันอาจเกิดภาวะการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวหรือภาวะช็อกขึ้นได้ ส่วนโรคไข้มาลาเรียนั้นจะมีอาการทั่วไปคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ มีอาการไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เหงื่อออก และ เบื่ออาหาร
มีคำแนะนำดี ๆ จากทีมเภสัชกร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์คุณภาพชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากสงสัยว่าป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกและไข้มาลาเรีย รวมไปถึงวิธีการป้องกัน ดังนี้
เบื้องต้น หากมีอาการเจ็บป่วยหรือไม่สบาย หรือสงสัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออกหรือโรคไข้มาลาเรีย แนะนำว่า ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาตามอาการของโรคจะปลอดภัยที่สุด ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง หรือรับประทานแค่ยาพาราฯ เพราะไข้จะไม่ลด นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงยาในกลุ่ม NSAIDsเพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เนื่องจากเป็นยาที่มีผลข้างเคียง คือ ทำให้ระบบเลือดไม่คงที่และทำให้เลือดออกง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวหากรักษาไม่ถูกวิธีอาจเสียชีวิตได้

วิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออกและไข้มาลาเรีย
มีคำแนะนำและวิธีการป้องกันควรหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด ได้แก่ นอนในมุ้ง ใส่เสื้อผ้ามิดชิด ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น บริเวณที่มีน้ำขัง ฉีดพ่นหมอกควันไล่ยุง และหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่การระบาดของโรค
สำหรับโรคภัยที่มากับหน้าฝนยังมีอีกหลายโรคที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งที่ร้ายแรงและไม่ร้ายแรง อาทิ โรคปวดข้อยุงลาย หรือ โรคชิคุนกุนยา โรคไข้ซิกา โรคไข้รากสาดใหญ่ (Scrub Typhus) หรือ ไข้เห็บ ไข้ฉี่หนู ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ภัยจากสัตว์และพืชมีพิษต่าง ๆ อีกด้วย