ภาวะไขมันในเลือดสูง

ภาวะไขมันในเลือดสูง
 
            ภาวะไขมันนเลือดสูงนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือดได้ นับเป็นโรคร้ายอีกชนิดหนึ่งที่ทำให้ประชากรเสียชีวิตเป็นอัน
ดับต้นๆ เราสามารถความคุมและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ได้ไม่ยาก ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้
 
ชนิดของไขมันในเลือด
 
            ไขมันในเลือดที่สำคัญมีหลายชนิดแต่โดยทั่วไปในการตรวจไขมันในเลือดจะตรวจสารต่างๆ
ดังต่อไปนี้
            1. โคเลสเตอรอล (Cholesterol) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้ และได้รับสารอาหารที่รับประทานเข้าไป พบมากในไขมันสัตว์ โคเลสเตอรอลมีความสำคัญต่อร่างกายโดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ต่างๆแต่ถ้ามีมากเกินไปก็จะเป็นโทษต่อร่างกายเช่นกัน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตัน ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 200 มิลลิกรัมต่อเดชิลิตร
            2. ไตรกลีเชอไรด์ (Triglyceride) เป็นไขมันอีกชนิดหนึ่งเกิดจากการสร้างขึ้นเองในร่างกายและจากอาหารที่รับประทานเข้าไปโดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้ง (คาร์โบไฮเดรต) หรืออาหารที่หวานจัด มีความสำคัญทางด้านโภชนาการหลายประการนับตั้งแต่ให้พลังงาน ช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี และเค ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องอยู่นาน นอกจากนี้ร่างกายยังเก็บสะสมไตรกลีเชอไรด์ไว้สำหรับให้พลังงาน เมื่อมีความต้องการอย่างไรก็ตาม การมีไตรกลีเชอไรด์ในเลือดสูงหรือพบว่าสูงในคนที่โคเลสเตอรอลสูงอยู่แล้ว เชื่อว่ามีโอกาสเป้นโรคหลอดเลือด
เลี้ยงหัวใจตีบเพิ่มมากขึ้น ระดับปกติในเลือด ไม่ควรเกิน 160 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
            3. เอชดีแอล (High Density Lipoprotein - HDL) มีหน้าที่นำโคเลสเตอรอลจากเลือดไปทำลายที่ตับ ดังนั้นถ้าระดับ HDL ในเลือดสูง จะทำให้อัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบน้อยลง HDL จะเพิ่มมากขึ้นได้ด้วยการออกกำลังกาย ค่ายิ่งสูงมากยิ่งดี ถือเป็นไขมันดีต่อร่างกายได้จากการออกกำลังกาย ระดับปกติในเลือด ผู้ชายมากกว่า 40 มิลลิกรัมต่อเดชิลิตร ผู้หญิงมากกว่า 45 มิลลิกรัมต่อเดชิลิตร
            4. แอลดีแอล (Low Density Lipoprotein - LDL) หากมีไขมันชนิดนี้ในเลือดสูงก็จะไปเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดพอกหนาขึ้น จนความยืดหยุ่นของหลอดเลือดเสียไป หลอดเลือดจะตีบแคบลง ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่สะดวกจึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดตีบตันได้มาก ระดับปกติในเลือดไม่ควรเกิน 130 มิลลิกรัมต่อเดชิลิตร และหากมีโรคเบาหวานหรือมีโรคหัวใจร่วมด้วย ควรต่ำกว่า 100  มิลลิกรัมต่อเดชิลิตร ไขมันนี้ถือเป็นไขมันร้ายต่อร่างกาย
 
สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง
 
            1. กรรมพันธุ์
            2. รับประทานอาหารที่มีไปมันสูง โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์จำนวนมาก
            3. โรคของต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น เบาหวาน ธัยรอยด์และโรคของต่อมหมวกไตบางอย่าง
            4. โรคตับ โรคไตบางชนิด
            5. ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ฮอโมนเพศ (ยาคุมกำเนิด) เป็นต้น
            6. การตั้งครรภ์
            7. การดื่มแอลกอฮอล์
            8. ขาดการออกกำลังกาย
 
ชนิดของไขมันในเลือด
 
            จากการศึกษาพบว่า ระดับไขมันเลือดมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน โดยเฉพาะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงจึงมีโอกาสเป็นโรคหัวใจขาดเลือด สมองขาดเลือดจนเป็นอัมพาตหรืออัม-พฤกษ์ เป็นต้น
 
จะทำอย่างไรเมื่อไขมันเลือดสูง
 
            ถ้าตรวจพบว่าระดับไขมันในเลือดสูง ควรมีการควบคุมปริมาณไขมันในเลือด โดยการปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้
            1. ควบคุมอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น ไขมันสัตว์ สมองสัตว์ ไข่แดง อาหารทะเล เช่น หอยนางรม ปลาหมึก กุ้ง เป็นต้น ควรจำกัดไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน
            2. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป โดยจำกัดอาหารประเภท แป้ง ข้าวต่างๆ ขนมหวาน
            3. หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา เบียร์ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์เร่งการสะสมไขมันตามเนื้อเยื่อ
            4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมัน อาหารทอด เจียว ควรใช้น้ำมันจากพืชแทนน้ำมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน ซึ่งมีกรดไลโนเลอิกเป็นตัวนำโคเลสเตอรอลไปเผาผลาญ ซึ่งช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลได้
            5. ควรเพิ่มอาหารพวกผักใบต่างๆ และผลไม้บางชนิดที่ให้ใยและกาก เช่น คะน้า ผักกาด ฝรั่ง ส้ม เม็ดแมงลัก ฯลฯ เพื่อให้ร่างกายได้รับกากใยมากขึ้น กากใยเหล่านี้จะช่วยในกากดูดซึมของไขมันสู่ร่างกายน้อยลง
            6. รักษาโรคที่เป็นอยู่ เช่น เบาหวาน ธัยรอยด์ โรคตับ โรคไต ฯลฯ
            7. หยุดยาที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ไขมันในเลือดสูง หรือเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่นๆ แล้วแต่ความเหมาะสม
            8. การออกกำลังกาย จะช่วยลดปริมาณไขมันในเลือดและเพิ่มระดับของ HDL ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างต่อเนื่องครั้งละ 20-30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง การออกกำลังกายที่ดีที่สุดเพื่อสมรรถภาพของปอดและหัวใจคือ การเดินเร็ว จ๊อกกิ้ง เต้นรำ การขี่จักรยาน แต่ถ้ามีอาการของโรคหัวใจอยู่แล้ว หรือมีอายุมากกว่า 40 ปี ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนว่า การออกกำลังกายแบบใดจึงจะเหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับประโยชน์โดยไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ
            9. ใช้ยาลดไขมัน ซึ่งจะต้องใช้ร่วมกับการรักษาในข้อ 1-8 ร่วมด้วยการใช้ยาแต่เพียงอย่างเดียวจะไม่ได้ผลควรควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และลักษณะนิสัยในการดำเนินชีวิตของตนเองร่วมด้วยจะได้ผลยิ่งดีขึ้น
 
 
โดย ภก. ปรุฬห์วิทย์ อักษรดิษฐ์